ยมจนน่าอิจฉาทั้งนั้น ต่อให้ฉันพยายามอีกแค่ไหนก็ไล่ตามอีกฝ่ายไม่ทัน…” พอกล่าวถึงตรงนี้ หลี่หลานเฟิงก็เหม่อลอยขึ้นมาเล็กน้อย เขาบอกแค่เหตุผลในฉากหน้าเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่แท้จริง หลี่หลานเฟิงไม่รู้ว่าควรบอกอย่างไรดี เหตุผลที่ดูเหลวไหลสุดขีดนั้น กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่อาจเชื่อได้เลย…
ฟังออกถึงความไม่ยินยอมในน้ำเสียงของหลี่หลานเฟิง หลิงหลานนึกได้ว่าร่างกายของหลี่หลานเฟิงเพิ่งจะหลุดพ้นจากวิกฤติ ก่อนจะเข้าใจแจ่งแจ้มทันที เธอนึกถึงชาติที่แล้วของเธอ ทุกครั้งที่เห็นคนอื่นมีร่างกายที่แข็งแรงมีกำลังวังชา เธอก็อดอิจฉาไม่ได้ ถึงขนาดที่โทษเทวดาฟ้าดิน เจ็บแค้นว่าทำไมคนอื่นถึงมีร่างกายที่แข็งแรงได้ แต่เธอกลับได้แต่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยทุกวัน ต่อสู้กับยมทูต?
บางทีอาจเป็นเพราะหัวอกเดียวกัน หรือว่าบางทีอาจเป็นเพราะความเห็นอกเห็นใจ หลิงหลานรู้สึกว่าเธอสามารถเข้าใจความคิดที่ซับซ้อนของหลี่หลานเฟิงได้ ดังนั้นเธอจึงตบบ่าของหลี่หลานเฟิงอย่างปลอบโยน เอ่ยอย่างแน่วแน่ว่า “ฉันเชื่อว่า ผ่านไปอีกไม่กี่ปี นายไม่มีทางอ่อนแอกว่าอีกฝ่ายแน่นอน ถึงขนาดที่จะแข็งแกร่งกว่าเขาด้วย”
การกระทำรวมถึงความจริงจังและความหนักแน่นในคำพูด