ั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายทั้งหมดเลย เขาเหมือนกับได้เรียนรู้เรื่องการอดทนข่มกลั้นแล้ว…”
“ความรู้สึกของนายไวดีนะ…” หลิงหลานส่งสัญญาณให้หลี่หลานเฟิงมองออกไปนอกหน้าต่าง หลี่หลานเฟิงเห็นเฉียวถิงโดนลูกน้องยั่วยุ ทว่าเขาไม่ได้บันดาลโทสะ หรือว่าสะบัดแขนเสื้อจากไป หากแต่ฟังด้วยสีหน้าเยือกเย็น ถ้าหากไม่ใช่เพราะคิ้วของเขาขมวดแน่นละก็ แทบจะนึกว่าพวกเขาไม่ได้เกิดการขัดแย้งอะไรขึ้นเลย ดูท่าเฉียวถิงเรียนรู้เรื่องการอดทนแล้วจริงๆ
หลี่หลานเฟิงเห็นแบบนั้น คิ้วก็ขมวดเป็นปม “อย่างที่คิดไว้เลย เฉียวถิงเติบโตขึ้นอีกแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะเติบโตไปถึงขั้นไหน มีศัตรูแบบนี้ เกรงว่าจะยุ่งยากนิดหน่อยแล้ว”
หลิงหลานได้ยินคำกล่าว มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย และเอ่ยว่า “แบบนี้น่าสนุกมากเลยไม่ใช่เหรอ? แรงกดดันที่เหมาะสมสามารถทำให้เราก้าวหน้าได้ เฉียวถิงคือคู่ต่อสู้ที่ดีคนหนึ่ง” บางทีความแข็งแกร่งของราชันสายฟ้าอาจจะทำให้พวกฉีหลงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงชีตาห์ตรงหน้าเธอ…หลี่หลานเฟิง
“แต่ว่าก่อนที่เฉียวถิงจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่ยุ่งยากของเรา บางทีอาจจะมีโอกาสได้ร่วมมือกันนะ” หลิงหลานกล่าวประโยคนี้จบก็เดินออกมาจากด้านหน้าหน้าต่าง