รบไพ่ราชาหนามากพอละก็ ร่องรอยความเสียหายนี้อาจจะทำลายร่างของหุ่นรบโดยตรงแล้วเฉียวถิงโชคดีหลบวิกฤติครั้งนี้พ้น และในหมู่สมาชิกทีมหลิงเทียนที่เหลือเพียงสามคนในสนามรบก็โผล่ขึ้นมาอีกคนแล้ว นอกจากหลิงหลาน หัวหน้ากลุ่มหลิงเทียนที่ยังไม่ปรากฏตัวแล้ว คนอื่นๆ ล้วนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเฉียวถิงกันหมดแล้ว
“ยังดีที่ฉันไม่ถือว่ามาสาย” ฉีหลงโจมตีสำเร็จแล้วก็หลบไปด้านข้าง หุ่นรบลอยอยู่กลางอากาศ บนไหล่แบกดาบยักษ์เล่มนั้นเอาไว้ เอ่ยกับหลี่หลานเฟิงอย่างสบายๆ
“ช้าอีกนิด ฉันก็ทนไม่ไหวแล้ว” หลี่หลานเฟิงดีใจที่ฉีหลงมาทันเวลา ถ้าหากช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เขาก็ต้านทานเฉียวถิงไม่อยู่แล้ว ผู้ควบคุมไพ่ราชาไม่ใช่คนที่ระดับอย่างเขาสามารถต้านทานได้จริงๆ ด้วย
“ขอโทษที ความเร็วของหุ่นรบไม่ได้เรื่อง ฉันรีบมาอย่างสุดกำลังแล้วนะ” ฉีหลงกระดากใจอยู่บ้าง เขายกดาบยักษ์ในมือขึ้นมาทันใดเพื่อชดเชยความผิดพลาด กล่าวว่า “จากนี้ คอยดูฉันได้เลย”
สิ้นคำพูดก็เห็นฉีหลงกวัดแกว่งดาบยักษ์ทีหนึ่ง และขับหุ่นรบพุ่งไปหาเฉียวถิงอย่างอำมหิต
เทียบกับหลี่หลานเฟิงแล้ว ความเร็วของฉีหลงนั้นเรียกว่า ความเร็วเต่าคลานจริงๆ เฉียวถิงเผยสีหน้าดูแคลนออกมา ก่อนจะพุ่งหลบไปเล็กน้อย จากนั้นก็ชักอาวุธสำรองออกมา มีดคลื่นแม่เหล็กสองเล่ม เล็งไปยังฉีหลงที่ผ่านเขาไปครึ่งตัวแล้วโจมตี
เสียง ‘ปัง’ ดังสนั่น มีดคลื่นแม่เหล็กซัดใส่ดาบยักษ์ของฉีหลงทันที…ไม่สิ ควรพูดว่า ถู