สียแรงอีกหน่อย” เสี่ยวซื่อบอกสภาพการณ์ที่แท้จริงให้หลิงหลานฟัง
หลิงหลานได้ยินคำกล่าวก็ขมวดคิ้ว เธอไม่แน่ใจนิดหน่อยว่าจะให้เสี่ยวซื่อช่วยชีตาห์จัดการผีซวีสองคนนั้น หรือว่าอดทนรออยู่ตรงนี้ ให้ชีตาห์ได้รับประสบการณ์ต่อสู้กับผีซวีเท่าที่จะทำได้
“เสี่ยวซื่อ สถานการณ์ของฐานที่มั่นเป็นยังไงบ้าง? ฝ่ายตรงข้ามส่งหน่วยรบภาคพื้นดินจำนวนมากมาหรือเปล่า?” หลิงหลานเอ่ยถามเสี่ยวซื่อ ถ้าเกิดหน่วยรบภาคพื้นดินจำนวนมากเคลื่อนไหวขึ้นมา เธอก็จะให้เสี่ยวซื่อช่วยลงมือ ถึงอย่างไรพวกเขาก็มีจำนวนคนน้อยมากเกินไป ไม่สามารถต้านทานกองยานรบซวิ่นหลงได้ทั้งกอง เวลาคับขัน พวกเขาไม่อาจเสียเวลาได้เลยสักนิด
“อ้อ กำลังจะบอกข่าวนี้ให้ลูกพี่ฟังอยู่เลย” เสี่ยวซื่อตอบกลับทันใด “ฐานที่มั่นซวิ่นหลงไม่ได้ถูกเตือนภัย ที่นี่นอกจากคนของกองบัญชาการฐานที่มั่นได้รับการติดต่อแล้ว ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอื่นอีก นอกจากนี้คนที่พวกเขาติดต่อไม่ใช่ผู้บัญชาการสูงสุดของฐานที่มั่นซวิ่นหลงในฉากหน้าด้วย”
“ดูท่าฐานที่มั่นซวิ่นหลงจะเกิดปัญหาจริงๆ ไม่รู้ว่าคนพวกนี้มาจากกลุ่มอำนาจไหนกันนะ…” หลิงหลานลอบใคร่ครวญกับตัวเอง เมื่อพวกเขาเข้ามาก็รีบกำจัดพวกเขาทันที มีความเป็นไปได้สูงว่าผีซวีที่ปรากฏตัวขึ้นที่นี่จะไม่ใช่คนของกองทัพสหพันธรัฐ บางทีอาจจะเป็นคนที่ประเทศศัตรูส่งมา หรือบางทีอาจจะมาจากพวกองค์กรน่ากลัวที่ต่อต้านสหพันธรัฐ
พวกเขาต้องกลัวการเปิดเผยตัวเองแ