ขา นี่ทำให้ในใจเขารู้สึกโล่งอกมาก
ตลอดทางที่ผ่านมา ฉางซินหยวนรู้แจ่มแจ้งแล้วว่าสมาชิกทุกคนในทีมต่างมีความสามารถที่เก่งกาจอย่างยิ่งยวด ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมหุ่นรบหรือว่าทักษะการต่อสู้ของพวกเขาต่างอยู่เหนือกว่าหน่วยรบทั่วไป และเหนือกว่าเขามากนัก นี่ทำให้ฉางซินหยวนรู้สึกต้อยต่ำอยู่บ้าง ถึงขนาดที่เริ่มสงสัยว่าเขาสามารถอยู่ในทีม กลายเป็นสมาชิกที่แท้จริงได้หรือเปล่า
ความรู้สึกสนิทสนมเหมือนพี่น้องระหว่างสมาชิกทีมหลิงหลานทำให้ฉางซินหยวนที่อยู่ตัวคนเดียวมาตลอดอิจฉาไม่หยุด ถ้าบอกว่าตอนแรกที่ฉางซินหยวนเข้าร่วมทีมหลิงหลานเป็นเพราะว่าไม่มีทางเลือก สุดวิสัยอยู่บ้าง เพราะถ้าพลาดทีมหลิงหลานไป มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมหน่วยรบอีก สถานการณ์ความเป็นจริงที่โหดร้ายนี้ทำให้เขาจำเป็นต้องเดินพันดูสักครั้ง ในตอนที่หลิงหลานได้รับภารกิจระดับ SSS ทำให้เขาลังเลจริงๆ แต่ฉางซินหยวนไม่ใช่คนที่ยอมแพ้เมื่อเจออุปสรรคยากลำบาก ไม่อย่างนั้นตอนแรกเขาก็คงไม่ต่อต้านการบีบบังคับของราชันสายฟ้ามาสามปี สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจพยายามด้วยกันกับพวกหลิงหลาน
การอยู่ร่วมกันในช่วงเวลาทำภารกิจนี้ทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกที่ลึกซึ้งระหว่างสมาชิกในหน่วยรบ ถึงแม้ลูกพี่หลานจะเย็นชามากและก็เผด็จการอยู่บ้าง (นี่เป็นความรู้สึกของฉางซินหยวน ความจริงแล้วหลิงหลานไม่ได้ทำตัวเผด็จการเลยสักนิดเดียว เธอแค่ชินกับการทำหน้าตายเท่านั้น