ตามคำพูดของลูกพี่หลาน
บางทีก็รู้สึกว่าหลี่ซื่ออวี๋ดูน่าสงสารนิดหน่อย ฉางซินหยวนพูดคุยกับเขาอยู่บ่อยๆ อาจเป็นเพราะพวกเขาเป็นเด็กใหม่เหมือนกัน หรืออาจเป็นเพราะพวกเขาต่างเป็นนักวิจัย หรือว่าบางทีอีกฝ่ายอาจจะรู้สึกได้ถึงเจตนาดีของเขา พวกเขาสองคนเลยเข้ากันได้ดียิ่ง มีเรื่องให้พูดคุยกันมากมาย นี่ก็เป็นเหตุผลที่เขารู้เรื่องราวที่พวกฉีหลงได้กระทำ พวกเขามักจะพูดคุยเรื่องเพื่อนร่วมทีมข้างกาย รวมถึงผลงานของพวกเขาในระหว่างที่คุยเล่นกัน
คนที่ฉางซินหยวนไม่เข้าใจมากที่สุดคือหลี่หลานเฟิง ลักษณะท่าทางของเขาดีเยี่ยมมาก เผยรอยยิ้มอ่อนโยนเป็นประจำ เขาเกรงใจทุกคนในทีมอย่างยิ่งยวด ดูเหมือนคบหาได้ง่ายมาก แต่ฉางซินหยวนไม่กล้าใกล้ชิดเขามากเกินไป เขามักจะรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ไม่มีความรู้สึกมั่นคงเหมือนตอนที่อยู่ข้างกายหลี่ซื่ออวี๋ นี่อาจเป็นเพราะเขาคือผีซวี บนตัวมีกลิ่นอายอันตรายแฝงเอาไว้ สุดท้ายฉางซินหยวนก็ได้แต่ใช้เหตุผลข้อนี้มาพูดกล่อมตัวเอง
สรุปคือ ช่วงเวลาที่อยู่ในทีมนี้ ฉางซิหยวนเบิกบานใจมาก เขาถูกราชันสายฟ้าบีบบังคับมาสามปี ตกอยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยว วิตกกังวลและคับแค้นใจมาตลอด เขาทะนุถนอมวันเวลาที่มีความสุขสั้นๆ นี้มาก ฉางซินหยวนไม่อยากเสียมันไปเลย เขาอยากเข้าร่วมทีมกลายเป็นสมาชิกถาวรมากจริงๆ ไม่ใช่แค่คนผ่านมา ดังนั้นฉางซินหยวนจึงกลัวจะสูญเสียสิ่งที่เขาได้มาในวันเวลาเหล่านี้อยู่บ่อยๆ กลัวว่าความหวัง