ใหญ่ที่สุด ทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเขาเดินลงไปด้านล่างมาตลอด และก็ไม่รู้ว่ามาถึงใต้ดินลึกมากเท่าไหร่แล้ว แต่พอเห็นประตูบานใหญ่นี้ พวกเพื่อนๆ ต่างคิดว่าน่าจะมาถึงใต้ดินที่ลึกสองร้อยสามร้อยเมตรแล้ว
หลิงหลานใช้การแบ่งปันจิตวิญญาณแสดงฉากด้านในประตูให้บรรดาลูกทีมดูทีละอัน คนที่คุ้มกันประตูบานนี้ไม่ใช่ทหารไม่กี่คนอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นทีมขนาดกลางประมาณสิบห้าคน
สองฝั่งของประตูมีกำแพงเหล็กสองด้าน แต่ละด้านมีปืนกลลำแสงสามกระบอกจากรูกำแพงด้านในเล็งมาตรงทางเข้าประตู ปลายสุดของกำแพงเหล็ก หรือก็คือจุดที่อยู่ด้านหน้าประตูสามสิบเมตรมีทหารติดอาวุธทั่วทั้งตัวอยู่หกคน แต่ละคนต่างถืออาวุธปืนหนักจ้องเขม็งมาที่ประตู ยังมีอีกสามคนกำลังอำพรางตัวอยู่ในมุมอับของกำแพงเหล็ก สามคนนี้ไม่จำเป็นต้องกังวล ขอเพียงพวกเขาไม่ได้เปิดเผยตัว อีกฝ่ายก็จะโจมตีพวกเขาไม่ได้
นอกจากนี้พวกหลิงหลานก็ไม่กลัวว่าพวกเขาจะเปิดสัญญาณเตือนภัยด้วย เพราะว่าเมื่อเข้าไปแล้ว ผีซวีก็จะสังเกตเห็นพวกเขา ไม่ว่าจะเปิดสัญญาณเตือนภัยหรือไม่นั้นก็เปิดเผยตัวอยู่ดี
แต่เวลานี้นอกจากผีซวีที่ต้องรับมือแล้ว พวกเขายังต้องเตรียมตัวจัดการศัตรูที่เดิมที่ไม่ได้คาดคิดว่าอยู่นั้น นั่นก็คือทหารหุ่นรบ การแบ่งปันจิตวิญญาณของหลิงหลานแสดงฉากด้านในออกมา พื้นที่ข้างในกว้างมาก พื้นจรดเพดานมีความสูงประมาณห้าสิบเมตร นี่ยืนยันว่าด้านในไม่เพียงมีทหารราบภาคพื้นดินบางส่วนแล้ว