านต่อการตัดสินใจที่อยู่เหนือความคาดหมายของนายพลหลิงเซียว แต่มีไม่กี่คนที่กล้าเอ่ยปากค้าน ต่อให้มีหลายคนอยากท้วงติง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยนของนายพลหลิงเซียว พวกเขาก็พูดไม่ออกเหมือนกัน…แค่กๆๆ พวกเขาจำเป็นต้องมีการความกล้าและจิตใจแน่วแน่ในการพูดคำว่า ‘ไม่’ กับใบหน้ายิ้มแย้มนั้น
ท้ายที่สุดย่อมไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจนี้ หลิงเซียวกลายเป็นหัวหน้าของทีมประเมินได้อย่างง่ายดายมาก นี่ทำให้หลิงเซียวลอบยินดีกับตัวเอง อันที่จริงการที่ในกองพลไม่มีคนสนิทอะไรก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน…
แน่นอนว่าหลิงเซียวยังเป็นคนมีเหตุผลอยู่ เขารู้ว่าใช้สถานะผู้บัญชาการกองพลของเขาไปเข้าร่วมการประเมินเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ดังนั้นเขาก็เลยปกปิดชื่อนามสกุลไว้ ค้นหาชุดเครื่องแบบพลตรีสมัยก่อนของเขาออกมาสำหรับการเดินทาง นี่ทำให้บรรดาทหารของกองพลที่ยี่สิบสามโล่งอกกันยกใหญ่ ถึงแม้การที่พลตรีนำทีมไปก็ดูเกินเลยอยู่บ้างเหมือนกันแต่ก็ยังพอไปไหวไม่ได้ดูเกินเลยมากไป ไม่ขายหน้ากองพลที่ยี่สิบสามของพวกเขามากนัก
พอหลานลั่วเฟิ่งรู้การตัดสินใจของหลิงเซียว ในใจก็ทั้งดีใจและก็ทุกข์ใจ เธอดีใจที่หลิงเซียวสามารถไปโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งเพื่อดูสถานการณ์ของหลิงหลานลูกสาวพวกเขากับตาตัวเอง แต่เธอก็ลอบเสียใจที่ลูกสาวไม่สามารถกลับคืนสู่สถานะที่แท้จริง จำเป็นต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายอยู่ในโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง คลุกคลีอยู่