ชั้นปีสูงต่างทยอยกันพยักหน้าบ่งบอกว่าไม่ผิด ทว่านักเรียนปีหนึ่งกลับมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าโรงเรียนทหารมีกฎข้อนี้จริงๆ หรือเปล่า
หลี่อิงเจี๋ยถูกหลี่ซื่ออวี๋ถลึงตาใส่ก็งุนงงสับสนอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าเขาไปล่วงเกินพี่รองของเขาตรงไหนอีก? เขาที่เดิมทีรู้สึกไม่สบอารมณ์ก็ยิ่งไม่พอใจมากยิ่งขึ้น ค่าความโกรธพวยพุ่งขึ้นอีกครั้ง แต่เขายังคงฝืนข่มกลั้นโทสะไว้ แค่ถลึงตาใส่กลับบ่งบอกถึงความไม่พอใจของเขา
ถึงแม้ทุกครั้งที่หลี่อิงเจี๋ยพบเจอหลี่ซื่ออวี๋จะดูเหมือนการจุดประทัด อีกนิดเดียวก็จะระเบิดแล้ว แต่ว่าความจริงแล้วหลายปีมานี้เขาก็รู้ดีว่า ญาติผู้พี่คนรองไม่มีทางทำร้ายเขา ไม่อย่างนั้นหลี่ซื่ออวี๋ที่เป็นฝ่ายเหนือกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาคงไม่ทำแค่เอ่ยเหน็บแนมเยาะหยันอย่างเย็นชาไม่กี่ประโยคหรอก ไม่ใช่ว่าตั้งแต่เด็กจนโตหลี่ซื่ออวี๋ไม่มีโอกาสลงมือกำจัดเขาจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างอำมหิตเลย…
นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมหลี่อิงเจี๋ยไม่ได้ประท้วงและถลึงตาใส่กลับเท่านั้น เขายังไม่อยากทำให้หลี่ซื่ออวี๋อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
“ยิ่งไปกว่านั้น หลี่อิงเจี๋ยคือญาติผู้น้องของฉัน ในฐานะที่ฉันเป็นญาติผู้พี่ของเขา ฉันลงมือรักษาให้ก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว ฉันรับรองได้ว่าเขาจะกลับมาหายดีเป็นปลิดทิ้งได้ก่อนเวลาที่กำหนดไว้ครึ่งหนึ่ง” แน่นอนว่าก่อนหน้านั้นต้องทนรับความเจ็บปวดทรมานอย่างรุนแรงจากยาที่ไปปรับปรุงร่างกาย เชื่อว่าหลี