ั้นมีวิกฤติอันตรายที่เขาอธิบายไม่ได้
ฮั่วเจิ้นอวี่ไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น ดังนั้นเขาจึงเลือกรอคอยต่อไป และการรอคอยครั้งนี้ก็เลยสามนาทีแล้ว…
“ไม่มีช่องโหว่เลยสักนิด…” ฮั่วเจิ้นอวี่อดยิ้มขื่นในใจไม่ได้ เวลานี้เขาตั้งท่าป้องกันใส่หลิงหลานขึ้นมาอย่างลับๆ เช่นกัน คู่ต่อสู้ที่ทำให้เขาหาช่องโหว่ไม่เจอได้ ความสามารถของเขาย่อมไม่อ่อนด้อยตรงไหนเลย
แต่ว่าเขาต้องรอต่อไปอีกเหรอ? ฮั่วเจิ้นอวี่ปฏิเสธความเป็นไปได้ข้อนี้ไปทันที จากความสามารถของฝ่ายตรงข้าม ต่อให้เขารอต่อไปอีก ก็คงไม่มีช่องโหว่ถึงแก่ชีวิตอะไรโผล่ออกมาหรอก เขาผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา ตัดสินใจบีบให้อีกฝ่ายเปิดช่องโหว่ออกมาเอง
ด้วยเหตุนี้ พลังสายหนึ่งของฮั่วเจิ้นอวี่ก็ปะทุขึ้นจากร่างเขาแล้วอัดไปที่หลิงหลานอย่างมืดฟ้ามัวดิน
อันที่จริงนักสู้ไปถึงช่วงปลายของระดับพลังปราณแล้วหรือไม่ ก็ต้องดูว่านักสู้เชี่ยวชาญการควบคุมพลังของตัวเองหรือเปล่า พูดอีกอย่างก็คือ นักสู้ที่อยู่ช่วงปลายของระดับพลังปราณสามารถปล่อยพลังของตัวเองบดขยี้ศัตรู ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถสำแดงพลังรบออกมาได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ภายใต้แรงกดดันของพลังเขา เมื่อมาถึงช่วงปลายของระดับพลังปราณ เขาไม่มีทางพ่ายแพ้เมื่อต่อสู้กับศัตรูที่อยู่ในระดับขอบเขตที่ต่ำกว่า
แน่นอนว่าการที่ฮั่วเจิ้นอวี่เปิดใช้การกดดันของพลังยังมีเหตุผลอีกข้อหนึ่ง นั่นก็คือเขาต้องรู้ความสามารถที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้าม และกา