นี่คือศักดิ์ศรีของเขา
ส่วนฉีหลงก็น่าอนาถยิ่งกว่า เขาไม่สามารถปัดพลังได้สบายๆ อย่างเนี่ยเฟิงหมิง เขาถูกซัดกระเด็นออกไปทันที กระอักเลือดออกมาขณะอยู่กลางอากาศโดยที่ไม่อาจควบคุมได้
เดิมทีภายในร่างกายของฉีหลงก็ถูกคู่ต่อสู้โจมตีใส่จนได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่เขาอาศัยร่างกายที่แข็งแรงทนทานสะกดกลั้นเอาไว้ตลอด ทว่าตอนนี้หลังจากที่ถูกพลังปราณมหาศาลของอีกฝ่ายกดดัน เขาก็ข่มกลั้นอาการบาดเจ็บต่อไปไม่ไหวแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น การฝืนต้านทานครั้งนี้ทำให้เขาบาดเจ็บมากขึ้น นี่ก็เป็นเหตุผลที่เขากระอักเลือดออกมาตอนที่กระเด็นลอยออกไป
ฉีหลงไม่ได้รักหน้าตาเหมือนเนี่ยเฟิงหมิง ในเมื่อทำไม่ได้ เขาก็ไม่ฝืนทำเลย ปล่อยให้ร่างกายตัวเองล้มลงไปบนเวทีประลองอย่างหนักหน่วง ทิ้งรอยกระแทกบนเวทีประลองที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ฉีหลงกดหน้าอกล้มลงไปบนพื้น เวลานี้พันเอกถังอวี้มาถึงข้างกายเขาแล้วจากนั้นก็ก้มตัวลงมาถามว่า “ฉีหลง เธอยังสู้ไหวไหม?” เขาไม่ถามว่ายอมแพ้หรือไม่ หากแต่ถามว่าสู้ไหวไหม นี่ก็คือภาพลักษณ์ของฉีหลงที่อยู่ในใจพันเอกถังอวี้ เขาเป็นเด็กหนุ่มไม่มีทางยอมแพ้แน่นอน
ฉีหลงยิ้มแยกเขี้ยวขึ้นมา กล่าวเสียงดังว่า “สู้สิครับ ทำไมถึงไม่สู้ละครับ? ขอเพียงผมยังขยับได้ ผมก็จะต่อสู้จนถึงที่สุด”
ถึงแม้เวลานี้ฉีหลงไม่มีภาพลักษณ์อะไรให้พูดได้ มุมปากของเขามีแต่คราบเลือดทั้งนั้น พูดได้ว่าดูน่ากลัวอยู่บ้าง แต่รอยยิ้มและน้ำเสียง