ปาก เขากลับนึกถึงพวกคำพูดที่ญาติผู้พี่เอ่ยกับเขาว่าต้องเรียนรู้ที่จะอดทน…
ใช่แล้ว ถ้าเกิดเขาแข็งข้อกับคุณปู่ ทำให้พ่อแม่รู้ความคิดของเขาขึ้นมา มีความเป็นไปได้สูงว่าจะทำร้ายญาติผู้พี่ได้
หลี่ซื่ออวี๋รู้อุบายและความโหดเหี้ยมของพ่อแม่ดี เมื่อพวกเขารู้ว่าญาติผู้พี่คือสาเหตุที่เขาปฏิเสธในการกลายเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่ง มีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะทำให้พวกเขาลอบลงมือจัดการภัยแอบแฝงให้สิ้นซาก นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็น เขาไม่อยากให้ญาติผู้พี่ได้รับอันตรายอะไรเพราะเขาอีกแล้ว ดังนั้นหลี่ซื่ออวี๋จึงเงียบไป พูดแค่ว่าเขาจะกลับไปคิดดูให้ดี
คุณปู่มองเขาอย่างครุ่นคิดแวบหนึ่ง แววตานั้นแทบจะทำให้เขาคิดว่าตัวเองถูกอีกฝ่ายมองทะลุแล้ว แต่คุณปู่ไม่ได้พูดอะไรเลย เพียงแต่บอกว่าเขายังมีเวลาอีกหนึ่งปีในการพิจารณา แต่เมื่อถึงเวลาที่เรียนในโรงเรียนทหารก็จะเป็นเส้นตายสุดท้าย ก่อนจากกัน คุณปู่ยังเตือนเขาว่า มีเวลาก็สามารถพูดคุยสนทนากับเขาได้
คำว่า ‘พูดคุยสนทนา’ สี่คำนี้ดูเน้นหนักอยู่บ้าง หลี่ซื่ออวี๋เข้าใจความหมายแฝงของคุณปู่ดี ถ้าหากเขารับปากยอมรับตำแหน่งผู้สืบทอดอันดับหนึ่ง คุณปู่สามารถจ่ายค่าตอบแทนให้เล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น จ่ายค่ายารักษาหลี่มู่หลานต่อไปอีกสักระยะอะไรทำนองนี้
หลี่ซื่ออวี๋กลับไปถึงสถาบันลูกเสือก็ขบคิดอยู่นานมาก เขาเองก็เคยคิดเรื่องคำแนะนำของคุณปู่กลายเป็นผู้นำตระกูล สุดท้ายก็แบกท้องฟ้าทั้งผ