มีเพียงจ้าวจวิ้นที่อยู่ข้างกายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เห็นท่าทีของหลี่หลานเฟิงอย่างชัดเจน จ้าวจวิ้นงุนงงกับท่าทีเช่นนี้อยู่บ้างจึงถามว่า “ทำไม นายมีความเห็นอย่างอื่นเหรอ?”
หลี่หลานเฟิงเงยหน้ามองจ้าวจวิ้นแวบหนึ่งและเอ่ยถามอย่างใคร่ครวญว่า “กลุ่มนักเรียนใหม่ทำตัวเด่นรับจดหมายท้าแบบนี้ เห็นชัดว่าพวกเขามั่นใจในตัวเองมากเลย”
จ้าวจวิ้นเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วยว่า “นักเรียนของสถาบันศูนย์กลางโดฮามองว่าตัวเองสูงส่งมาตลอด ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอยู่บ้าง ตอนนั้นจางจิงอันก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไง มาถึงก็ไปยั่วโมโหราชันสายฟ้า ตอนนี้พอเขาเห็นราชันสายฟ้าก็เก็บหางไม่กล้าส่งเสียงแล้ว…”
จ้าวจวิ้นลูบคาง “ตอนนี้ฉันล่ะอยากเห็นสีหน้าของนักเรียนใหม่พวกนั้นหลังจากที่โดนเหลยถิงรังแกมากๆ เลย มันต้องน่าสนใจมากแน่นอน”
หลี่หลานเฟิงพรูลมหายใจเบาๆ เอ่ยถามเสียงเบาว่า “ปีศาจอัจฉริยะที่ทำให้จางจิงอันยังคงกังวลในอีกสามปีให้หลัง จะเป็นคนแบบจางจิงอันได้เหรอ?”
จ้าวจวิ้นได้ยินคำพูด สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเองก็นึกถึงข่าวลับที่ขุดมาได้จากในกลุ่มจางจิงอัน ปีศาจอัจฉริยะคนนั้นทำให้จางจิงอันกัดฟันด้วยความแค้นเคือง ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ จางจิงอันยังไม่กล้าทำบุ่มบ่าม ฝืนข่มกลั้นโทสะมองกลุ่มนักเรียนใหม่ตั้งขึ้นมาด้วยสายตาเย็นชาอยู่ด้านข้างมาตลอด…
“ปีศาจอัจฉริยะคนนั้นเป็นใครกันแน่? ได้ยินว่าคนที่ออกหน้ารับจดหมายท้าคราวนี้คือเด็กที