หลิงหลานที่รอคอยอยู่ตรงนั้นเห็นเซี่ยอี๋ลอยละล่องลงมาจากในโฮเวอร์คาร์ราวกับภูติผีก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ หรือว่าหมอนี่ถูกเธอซัดใส่หนักมากเกินไป จิตใจเลยบอบช้ำไปแล้ว?
เธอมองไปที่ฉีหลงด้วยความสงสัยแวบหนึ่ง ในสายตาเต็มไปด้วยคำถามว่า ‘ให้ตายสิ พวกนายบอกว่าหมอนี่หน้าด้านมากๆ เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมซัดใส่นิดเดียวก็เปลี่ยนเป็นเหมือนผีแบบนี้ไปแล้วล่ะ?’
ฉีหลงได้รับคำถามของหลิงหลานก็ส่ายหน้าอย่างหนักแน่น บ่งบอกว่าไม่รู้
แน่นอนว่าหลังจากที่หลิงหลานเบนสายตาออกไป ฉีหลงก็ลอบพึมพำกับตัวเองในใจว่า ‘นั่นก็ต้องดูว่าเผชิญหน้ากับใครแล้ว อาวุธรูปร่างมนุษย์ที่มีพลังทำลายล้างน่ากลัวอย่างนาย ต่อให้หน้าด้านอีกสักแค่ไหนก็มีประโยชน์ด้วยเหรอ? ถึงยังไงก็รับไม่ไหวอยู่ดีนั่นแหละ’
ฉีหลงคิดถึงตรงนี้ก็อดปรายตามองไปที่เซี่ยอี๋ด้วยความเห็นอกเห็นใจไม่ได้ ขอมอบน้ำตาแห่งความสงสารให้กับเจ้าเด็กน้อยคนนี้ที่โดนลูกพี่หลานอัดใส่จนแทบจะพังทลาย…นึกถึงตอนนั้น พี่ก็อดทนจนผ่านพ้นมาแบบนี้เหมือนกัน!
“เซี่ยอี๋ นายคิดจะใช้สภาพแบบนี้ไปสอบเข้าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งหรือไง?” ทันใดนั้นเซี่ยอี๋ก็ได้ยินเสียงเย็นเยียบที่คุ้นเคย ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาโดยพลัน
เขาเห็นหลิงหลานกำลังมองเขาอย่างเย็นชา ความเย็นเยียบในดวงตาทำให้เขาอดตัวสั่นเทาไม่ได้ เขาถึงกับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกกดดันเหมือนกับที่เขาสัมผัสได้จากตอนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอาจารย์ เขาไม่ได้รู้สึกถึงมั