ุกมันขึ้นมา ควรพูดว่านักเรียนปีเจ็ดส่วนใหญ่ในปีนั้น หรือก็คือปีสิบในเวลานี้ต่างก็รู้สึกซาบซึ้งใจต่อหลิงหลานอย่างยิ่งยวด
“ราชาไร้มงกุฎของเรากลับมาแล้ว…” คนที่ตะโกนด้วยใบหน้าประหลาดใจแกมยินดีคนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้สนับสนุนที่ซื่อสัตย์ต่อหลิงหลาน
“เมื่อตะกี้นี้ฉันเหมือนได้ยินว่าหลิงหลานไม่สมัครโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” มีคนได้ยินคำถามของฉีหลงและเอ่ยถามสาเหตุด้วยความตื่นตะลึง
ในสายตาพวกเขา มีเพียงพวกคนห้องเอเท่านั้นที่ไม่ต้องมีความกังวลใจในการสอบเข้าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งมากๆ และหลิงหลานก็เป็นราชาในหมู่ราชาของห้องเอ ถ้าหากเขาเข้าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งไม่ได้ แล้วใครจะเข้าได้?
“หรือว่าอาการบาดเจ็บที่หลิงหลานได้รับในตอนนั้นยังไม่หายดี?” ใครสักคนเอ่ยถามขึ้น ทำให้เสียงเอะอะในเวลานี้เงียบลงไปทันที หลังจากนั้นเสียงดังโวยวายก็ระเบิดออกมา หรือว่าจะเป็นแบบนี้จริงๆ?
ฉีหลงได้ยินคำพูดนี้ก็นึกอะไรบางอย่างได้ สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนไปฉับพลัน
หลิงหลานเห็นสถานการณ์สูญเสียการควบคุมอยู่บ้างก็รีบส่งสัญญาณให้พวกฉีหลงออกไปจากที่นี่ก่อน ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ให้พูดคุยกันจริงๆ
พวกเขาออกไปจากสถานที่สมัครสอบอย่างรวดเร็ว ควรรู้ไว้ว่าการแจ้งเวลาประเมินผลจะส่งมาที่อุปกรณ์สื่อสารของผู้เข้าสอบโดยตรง ไม่จำเป็นต้องรออยู่ที่นี่ ขอเพียงไม่มาสายในเวลาที่ประเมินผลก็พอ
เมื่อทั้งหกคนมาถึงสถานที่ค่อ