เหมือนกัน
พวกเขาคือเซี่ยอี๋ในชุดขาวปีเจ็ดกับหยวนเฉินในชุดแดงปีสิบนี่เอง เดิมทีหยวนเฉินคิดว่าจัดการเด็กชุดขาวตัวน้อยๆ ปีเจ็ดหนึ่งคนเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก แต่ไม่นึกเลยว่าเซี่ยอี๋จะซ่อนความสามารถไว้ลึกมาก อันที่จริงความสามารถของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างยากลำบากมาก ก่อนจะตกสู่สภาวะชะงักงัน
แรกเริ่มเดิมที พวกเขายังใช้ทักษะต่อสู้กันไปมา ใช้หนึ่งท่าไม้ตายแลกเปลี่ยนกับหนึ่งกระบวนท่าที่ชาญฉลาดจนดูแพรวพราว แต่เมื่อถึงช่วงท้าย ทั้งสองคนใช้ความอดทนส่วนใหญ่ของตัวเองไปหมดแล้ว พวกเขาก็ไม่มีอารมณ์ต่อสู้พัวพันอีก ดังนั้นจึงตัดสินใจใช้แรงปะทะแรง คิดจะใช้พลังของตัวเองเอาชนะอีกฝ่าย
พวกเขาเลยปะทะกันอย่างดุเดือดติดต่อกันหลายครั้งเช่นนี้เอง นับดูแล้วก็มียี่สิบสามสิบครั้งได้ ควรพูดว่า ทั้งสองคนต่อสู้กันจนถึงตอนนี้ พวกเขาถึงช่วงตะเกียงหมดน้ำมันแล้ว ก็ต้องดูว่าใครจะทนไม่ไหว หมดกำลังใจไปก่อน
‘เชี่ย เด็กปีสิบชุดแดงจัดการยากจริงๆ ฉันยังดูถูกพวกเขาอยู่สินะ…’ เซี่ยอี๋ถุยเลือดจากในปากออกมา คิดในใจด้วยความกลัดกลุ้ม
เซี่ยอี๋เป็นคนที่ชอบแสร้งเป็นหมูกินเสือ ดังนั้นเขาถึงอดทนอยู่ในห้องบีมาตลอด ถึงแม้ว่าฉีหลง อู๋จย่ง จางอิงเจี๋ยของห้องเอจะมีชื่อเสียงโด่งดังในชั้นปีมาก แต่เขาก็ไม่สนใจ เขาเชื่อว่าความสามารถของตัวเองไม่แพ้อีกฝ่ายแน่นอน มีเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาคาดเดาไม่ได้ก็คือหลิงหลาน ราชาไร้มงกุ