วหน้าทีมเอ่ยถามอย่างระมัดระวังด้วยสีหน้าเหมือนเตรียมการป้องกัน แน่นอนว่าตอนนี้เขาก็ยากจะอธิบายได้เหมือนกัน เขารู้สึกมาตลอดว่าเขาไม่สามารถสื่อสารกับเด็กตรงหน้าที่ดูโรคจิตนิดหน่อยคนนี้ได้เลย
หลิงหลานถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ใช้นิ้วม้วนปอยด้านหลังหูตัวเองอย่างนุ่มนวลและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “บอกไป นายก็ไม่เข้าใจ…ดูเหมือนเวลาไม่มากแล้ว พวกเรารีบๆ สู้ให้มันจบๆ กันเถอะ” เขากล่าวแล้วก็พึมพำเสียงเบาว่า “ร่างกายผุๆ นี่ทนรับการปรากฎตัวของฉันสามนาทีไม่ได้ด้วยซ้ำ แย่จริงๆ เลย…หมายเลขเก้า หลังจากนี้ต้องออกแรงฝึกร่างกายเจ้าเด็กนี่ให้ดีๆ อีกหน่อยนะ เอาให้เธอแข็งแรงขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อย”
หมายเลขเก้าที่อยู่ในห้วงสติกล่าวเตือนด้วยใบหน้าเย็นเยียบว่า “อย่าพูดจาไร้สาระให้มาก ยังไม่จัดการศัตรูอีก? นายอยากให้ร่างกายของหลิงหลานพังเพราะการเหนี่ยวรั้งของนายหรือไง?”
หมายเลขเก้าไม่พอใจมากๆ หมายเลขหนึ่งให้เธอออกไปจัดการศัตรูชัดๆ แต่ไอ้เจ้าหมายเลขห้าชิงออกไปก่อนก้าวหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าการแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมจะเพิ่มความเร็วในการพังเสียหายของร่างกายหลิงหลานแล้วละก็ เธอไม่มีทางให้เขาประสบผลสำเร็จเด็ดขาด
ความสามารถของหมายเลขเก้าอ่อนแอที่สุดในหมู่ทั้งเก้าคน เดิมทีถ้าให้เธอออกไปควบคุมร่างกายหลิงหลาน อย่างน้อยที่สุดก็ฝืนประคองได้เจ็ดแปดนาที แต่ว่าหมายเลขห้าไม่ฟังคำสั่ง ออกไปเองตามใจชอบ ทำให้ร่างกายของหลิงหลานแบกรั