การบังคับ ประสบการณ์ต่อสู้ รวมไปถึงการตระหนักรู้ต่างๆ ได้ยัดเข้าใส่สมองน้อยๆ ของหลิงหลานทีเดียวทั้งหมด
“พอลูกศึกษาเข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้วค่อยมาหาพ่อนะ…” หลิงหลานได้ยินหลิงเซียวเอ่ยคำพูดประโยคนี้ท่ามกลางความมึนงง หลังจากนั้นก็หมดสติไปโดยสิ้นเชิง…
อืม ก่อนหน้าที่จะหมดสติ อย่างน้อยที่สุดหลิงหลานยังจำได้ว่าต้องชูนิ้วกลางใส่พ่อของเธออย่างดุดัน เชี่ยเอ๊ย มรดกนี้มันเผด็จการมากไปแล้ว! นี่มันเกินไปแล้วจริงๆ!
ช่างเป็นเด็กที่ดื้อรั้นเหลือเกิน! ลั่วเฟิ่ง เธอเลี้ยงลูกมาไม่เลวเลยจริงๆ!
…………
หลิงหลานได้สติขึ้นมาก็เป็นตอนเช้าวันที่สองแล้ว เธอปีนออกมาจากในแคปซูลเสมือนจริง กุมศีรษะกลับไปที่ห้องนอนตัวเองแล้วพักผ่อนสักครู่หนึ่ง แน่นอนว่านี่ย่อมทำให้หลานลั่วเฟิ่งกังวลใจเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หลานลั่วเฟิ่งยังคงเลือกเชื่อในลูกของตัวเอง คิดว่าหลิงหลานสามารถแก้ไขเรื่องทุกอย่างได้
หลังจากที่นอนหลับไปยกหนึ่ง และปิดผนึกสิ่งที่ไม่ต้องใช้ยามนี้ไว้ในส่วนลึกของสมอง จัดการล้างข้อมูลส่วนใหญ่ที่ยัดเต็มสมองภายใต้การช่วยเหลือของเสี่ยวซื่อ ถึงค่อยมีพื้นที่ประมวลผลต่อไป หลังจากนั้นหลิงหลานก็พบว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของส่วนที่สองมรดกหลิงเซียวคือ การฝึกฝนและควบคุมพลังจิต และนี่ก็เป็นกุญแจสำคัญที่ผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาเลื่อนขั้นเป็นราชันด้วย
โดยเฉพาะหลังจากอายุสิบขวบ พลังจิตก็จะเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นมา…นี่จะส่งผลกระทบต่อแนวทางกา