กเขาจะเข้าไปปรึกษากับพวกหลิงหลาน ส่วนหลี่อิงเจี๋ยที่อยู่อีกทางด้านหนึ่งแววตาวูบไหว เขาพลันกัดฟันและก็ตามเข้ามาเช่นกัน
“หลิงหลาน นายคิดว่าไง?” อู่จย่งเอ่ยถาม
หลิงหลานประหลาดใจอยู่บ้าง ไม่คาดคิดว่าอู่จย่งจะเข้ามาสอบถามความคิดเห็นของเธอ แต่ว่าประหลาดใจก็ส่วนประหลาดใจ เธอยังคงตอบการตัดสินใจของตัวเองให้อู่จย่งฟังอย่างตรงไปตรงมาว่า “เข้าร่วมหลักสูตรต่อสิ”
“ไม่กลัวอันตรายเลยหรือไง?” อู่จย่งเอ่ยถาม แล้วก็รู้สึกว่าคำพูดสื่อความในใจของเขาไม่ได้อยู่บ้าง จึงเอ่ยเสริมขึ้นอีกประโยคว่า “ฉันหมายถึงพวกลูกทีมของนาย” การต่อสู้ของหลิงหลานกับครูฝึกในวันนั้นทำให้อู่จย่งรู้ว่าความสามารถของหลิงหลานแตกต่างกับพวกเขามากเกินไปแล้ว บางทีการล่าสัตว์นี้อาจจะไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อเขาเลย แต่ว่าสำหรับหานจี้จวินกับหลินจงชิงไม่เหมือนกัน….
“การล่าสัตว์คราวนี้อันตรายมากจริงๆ เรื่องที่พวกเขาพูดมาก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง แต่ว่าอันตรายก็นำโอกาสมาให้เหมือนกัน รวมไปถึงการเพิ่มความสามารถด้วย…” หลิงหลานกล่าวถึงตรงนี้ก็หันไปมองพวกฉีหลงที่อยู่ด้านข้างแวบหนึ่ง จากนั้นก็พูดต่อว่า “ฉันเชื่อว่าพวกฉีหลงจะปกป้องตัวเองได้ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งมากขึ้น หาโอกาสของตัวเองเจอ”
หลังจากที่หลิงหลานเอ่ยคำพูดประโยคนี้จบ เธอก็พยักหน้าหนักๆ และพูดว่า “พวกเขาแข็งแกร่งกันขนาดนี้นี่นา!”
คำพูดประโยคนี้ดังก้องทรงพลัง บ่งบอกว่าหลิงหลานเชื่อมั่