ไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นฉีหลง ควรจะพูดว่าหลิงหลานถือได้ว่าเป็นกึ่งอาจารย์ของฉีหลง มีหลายครั้งที่ฉีหลงเจอปัญหาในการต่อสู้ เขาก็ให้หลิงหลานมาแก้ไขข้อสงสัยให้ ดังนั้นฉีหลงไม่ยอมรับคนอื่นได้ แต่ว่าไม่อาจไม่ยอมรับหลิงหลานแน่นอน
ส่วนลั่วล่างการตามติดฉีหลงมาตลอด อันที่จริงเขากับฉีหลงก็นับได้ว่าเป็นคู่แข่งกัน เวลาฉีหลงเจอข้อสงสัย เขาก็ติดอยู่ในข้อสงสัยเช่นกัน ในขณะที่ฉีหลงก้าวหน้า เขาก็ก้าวหน้าเหมือนกัน หลิงหลานเป็นกึ่งอาจารย์ของฉีหลง และก็เป็นกึ่งอาจารย์ของเขาด้วย เพราะฉะนั้นลั่วล่างเลยไม่เคยคิดจะแยกจากหลิงหลานมาก่อน เขาหวังเพียงอย่างเดียวคือสักวันต้องเหยียบฉีหลงกลายเป็นลูกน้องอันดับหนึ่งข้างกายหลิงหลานให้ได้ (เสี่ยวซื่อกระโดดออกมาด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง แม่งเอ๊ย ลูกน้องอันดับหนึ่งของลูกพี่คือฉันนนน…. (ตามต่อด้วยตัว ‘น’ ประมาณสิบล้านตัว) ←มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักแทรกแซงเข้ามา โปรดมองข้ามไป)
ตรงกันข้าม คนที่สงสัยหลิงหลานนิดหน่อยมาตลอดกลับเป็นหานจี้จวินที่ไม่ค่อยเด่นสะดุดตา เขามีความสามารถในการต่อสู้ที่ธรรมดามากในห้องเรียน ชอบใช้สมองแก้ไขปัญหาอย่างยิ่งยวด ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมรับพวกคนที่แขนขาแข็งแรงแต่สมองธรรมดาหรอก ต่อให้มีความสามารถสูงอีกแค่ไหน เขาก็สามารถทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้อย่างเละเทะภายใต้แผนการที่ไม่เหมือนใครได้ ต่อมาเขาพบว่าความจริงแล้วหลิงหลานเป็นคนหน้าเนื้อใจเสือมาก (เรื่องนี้มีความ