พวกเขาไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในห้องฉัน…” คนนี้คืออัจฉริยะที่ยากจะเจอสักครั้ง บางทีอาจจะมีโอกาสชดเชยความเจ็บปวดของพวกเขาได้
คำพูดของเฉิงหย่วนหังทำให้เหล่าเหลียนตื่นตะลึง “เอ่อ….เมื่อตะกี้นี้ยังไม่ได้ดีที่สุดเหรอ?” เขาตบบ่าเฉิงหย่วนหังแรงๆ กล่าวด้วยความอิจฉาว่า “ไอ้หนู ทำไมถึงโชคดีขนาดนี้? ไม่นึกเลยว่าพาห้องเรียนมาครั้งแรกก็มีเด็กอัจฉริยะที่มีความสามารถโดดเด่นเยอะขนาดนี้”
เฉิงหย่วนหังกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจว่า “นายไม่เห็นหรือไงว่าห้องที่ฉันพามาคือห้องอะไร….นั่นเป็นห้องสเปเชียลเอที่สามารถรวบรวมอัจฉริยะระดับสุดยอดทั้งหมดของสหพันธรัฐมาได้นะ” แววตาเขาเปล่งประกายแวววับ นึกถึงตอนที่ผู้อำนวยการแจ้งข่าวนี้แก่เขา ตัวเขาถูกความตื่นเต้นยินดีนี้กระแทกใส่จนเซ่อซ่าไปเลย
“บอกแล้วไง นายนี่มันโชคดีชิบหายเลย” เหล่าเหลียนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
เฉิงหย่วนหังทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เขาชี้ไปที่หลิงหลานซึ่งตอนนี้กำลังใช้สายตาเย็นเยียบสังเกตเค้าโครงของยานอวกาศอย่างเงียบๆ แล้วกล่าวว่า “นั่นไง ก็คือคนๆ นั้นเนี่ยแหละ เขาคือคนที่ฉันพูดถึง ชื่อว่าหลิงหลาน เป็นยังไง? ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ”
เหล่าเหลียนมองไปที่หลิงหลานด้วยความจริงจังครู่หนึ่ง ก่อนจะอดลูบคางอย่างตื่นเต้นไม่ได้ เขาพยักหน้ากล่าวว่า “อืม ไม่เลวเลย ฉันชอบแววตาน้อยๆ ที่ระมัดระวังนั้น เจ้าหนูนี่เยือกเย็นมาก ไม่ว่าจะอยากรู้อยากเย็นและตื่นเต้นอีกสั