การตกลงของหลิงหลานทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหานจี้จวินลุ่มลึกขึ้น แววตาส่องประกายมากยิ่งขึ้น บางทีหานจี้จวินอาจจะหาเกมที่เขาอยากเล่นเจอแล้ว ดังนั้นแววตาถึงได้ตื่นเต้นคึกคักเล็กน้อย
ฉีหลงใช้ไหล่สะกิดลั่วล่างเบาๆ ในตอนที่หานจี้จวินไม่สนใจก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ ว่า “อาจารย์แรกเริ่มของพวกนายจัดเตรียมภารกิจอะไรไว้หรือเปล่า?”
ลั่วล่างทำหน้าประหลาดใจราวกับคาดไม่ถึงว่าฉีหลงจะรู้สึกไวขนาดนี้ เนื่องจากฉีหลงให้ความรู้สึกว่าเป็นคนหุนหันไม่แยแสอะไร ไม่รอบคอบอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามเขาเก็บอารมณ์ได้รวดเร็วมาก ขยับคางลงเบาๆ จนแทบจะหาไม่เจอ บอกฉีหลงว่าเขาเดาไม่ผิดเลย
ฉีหลงยิ้มขึ้นมา มีเพียงเขาที่รู้ว่าเขาไม่ได้ประสาทสัมผัสไว แต่ว่าอาจารย์แรกเริ่มของเขาก็มอบหมายภารกิจอย่างหนึ่งมาให้เหมือนกัน ดังนั้นพอเห็นหานจี้จวินเปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นกะทันหันแบบนี้ก็คิดโยงไปถึงตัวเองถึงได้สงสัยขึ้นมา
“เอาแบบนี้ละกัน เรื่องนี้ก็ให้ฉีหลงรับผิดชอบไป” ตอนนี้หลิงหลานตั้งใจฝึกฝนฉีหลงให้กลายเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของทีมพวกเขาต่อคนภายนอก เพราะว่าบรรยากาศภาพลักษณ์ของฉีหลงดูสดใสเต็มเปี่ยม ได้รับความเชื่อถือจากคนอื่นได้ง่ายมาก ต่อไปจะทำภารกิจอะไร เขาจะมีประโยชน์อย่างไม่คาดฝันเมื่อร่วมมือกับคนอื่น
เนื่องจากหลิงหลานเคยถูกใบหน้ายิ้มแย้มของอาจารย์หมายเลขสามกับหมายเลขห้าหลอกลวงติดต่อกัน ดังนั้นเธอเลยคิดว่าคนที่ยิ้มอย่างพวกผู้ดีมักจะเป็นตัวแทน