ตเต็มที่ ถึงจะพัฒนาขีดจำกัดของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น”
หลิงเซียวกล่าวจบก็พลันยื่นฝ่ามือออกมา นิ้วมือเขาคีบลูกปัดที่ส่องประกายแวววาวไว้หนึ่งเม็ด หลังจากนั้นก็เริ่มขยับนิ้วมือ ให้ลูกปัดกลิ้งอยู่ที่ระหว่างนิ้วมือทั้งห้าตามใจชอบ ตอนแรกมันกลิ้งตัวช้ามาก จากนั้นความเร็วก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้าย สายตาที่หลิงหลานภาคภูมิใจมาตลอดก็มองไม่เห็นเงาของลูกปัดอีก เธอเห็นแค่นิ้วมือของหลิงเซียวกลายเป็นภาพติดตา แต่ไม่สามารถแยกออกได้ว่าเป็นนิ้วไหนกันแน่…
ในขณะที่หลิงหลานจ้องมองอย่างตะลึงงันสุดขีด ทันใดนั้นเองหลิงเซียวก็หุบนิ้วมือทั้งห้าให้กลายเป็นกำปั้นฉับพลัน ดวงตาของหลิงหลานที่เปลี่ยนจากสภาพเคลื่อนไหวมาเป็นหยุดนิ่งก็รู้สึกปวดอยู่บ้าง รู้สึกไม่สบายตาเอามากๆ
“สายตาของลูกยังไม่ถึงระดับความเร็วมือของพ่อ ดังนั้นสายตาเลยแบกรับหนักไปบ้าง ลูกหลับตาพักผ่อนก่อนสักครู่เถอะ” หลิงหลานทำตามที่หลิงเซียวบอก ไม่นานเธอก็รู้สึกว่าดวงตาไม่เหลือความเจ็บปวดรางๆ แล้วถึงค่อยลืมตาขึ้นมา
“รู้สึกได้แล้วใช่ไหมว่าขีดจำกัดของสายตาลูกอยู่ที่ไหน ตั้งแต่นี้ไป ลูกต้องฝึกฝนความเร็วมือของลูก ในขณะเดียวกันก็ให้สายตาของลูกตามความเร็วมือของลูกให้ทัน นี่ต้องฝึกฝนไปเรื่อยๆ ไม่มีทางลัดอะไรทั้งนั้น” หลิงเซียวบอกหลิงหลานอย่างจริงจัง ภารกิจมารดกไม่ได้มหัศจรรย์อย่างที่ทุกคนคิดไว้ขนาดนั้น ไม่สามารถทำให้คนทะยานขึ้นฟ้าในก้าวเดียวได้ ถ้าอยาก