ลงโจมตี เขาก็สามารถฉวยโอกาสโจมตีจุดอ่อนถึงแก่ชีวิตของอีกฝ่ายที่สูญเสียการป้องกันได้ มีประสิทธิภาพถึงขั้นโจมตีทีเดียวจอด แต่น่าเสียดายที่ฉีหลงไม่ยอมโจมตีมา…
ไม่ใช่ว่าหลี่อิงเจี๋ยไม่เคยคิดว่าฝ่ายตรงข้ามมองกระบวนท่าของเขาออกหรือเปล่า เพียงแต่เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมามันก็ถูกเขาปัดทิ้งไป เนื่องจากพ่อเคยบอกว่า ศัตรูที่เคยเห็นวิชาสังหารของตระกูลหลี่ต่างตายหมดแล้ว ฉีหลงย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าเขาคิดจะทำอะไร
สุดท้าย คนที่พ่ายแพ้ด้านความอดทนอีกครั้งก็ยังคงเป็นหลี่อิงเจี๋ย หลี่อิงเจี๋ยตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รออีกต่อไป เนื่องจากเขาไม่ได้มีแค่กระบวนท่าสังหารนี้ท่าเดียว เขายังมีท่าสังหารที่ใช้บุกโจมตีอีกมากมาย
ดังนั้น หลี่อิงเจี๋ยจึงเปลี่ยนท่า เขาพุ่งเข้าไปหาฉีหลงก่อน พริบตาเดียวก็มาถึงข้างกายฉีหลง สองนิ้วบนมือข้างซ้ายตรงไปที่สีข้างด้านขวาของฉีหลง ส่วนมือขวาก็ตั้งฝ่ามือให้กลายเป็นคมมีด…..
ฉีหลงเห็นดังนั้นก็อึ้งไป หลังจากนั้นเขาก็กำหมัดที่มือขวาประจันหน้ากับนิ้วมือข้างซ้ายของอีกฝ่ายโดยไม่ไตร่ตรองเลยสักนิด
ชายหน้าโลงศพลดมือลงต่ำ เหรียญเล็กๆ นั้นปรากฏขึ้นที่ตรงระหว่างนิ้วของเขาอีกครั้ง
“ผัวะ!” เสียงร่างกายกระแทกกันอีกครั้ง ร่างของทั้งสองกระเด็นออกไปคนละทิศทาง
“อ๊ากก!” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นตาม จากนั้นก็เป็นเสียงกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรงดังขึ้นมาสองเสียง ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างหนักหน่วงจนไม่สามารถต้านทานพล