มปกติของเธอ เขาหลบไม่พ้นแน่” เสี่ยวซื่อที่ชมการต่อสู้รู้สึกอัดอั้นตันใจมาก เห็นได้ชัดว่าสามารถจัดการได้ในท่าเดียว แต่ทำไมลูกพี่ถึงต้องปล่อยไปล่ะ
“ไม่ว่ายังไงก็ต้องต่อสู้ให้ได้สิบกระบวนท่าขึ้นไป ฉันไม่อยากเห็นสายตาขุ่นเคืองของอาจารย์อีกต่อไปแล้ว” หลิงหลานกลัวแล้ว เธอตัดสินใจอู้ไปก่อนดีกว่า
เมื่อคืนเธอฝึกฝนในมิติการเรียนรู้ทั้งคืน ความจริงแล้วมีเวลาสองเดือน ในที่สุดเธอก็จัดการผลตกค้างนั้นได้แล้ว เมื่อประเมินตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว เธอใช้เวลาไปทั้งหมดเกือบจะครึ่งปี (ในมิติการเรียนรู้) สุดท้ายก็กำจัดภัยอันตรายนั้นได้ นี่ก็เป็นเหตุผลที่วันนี้หลิงหลานสามารถควบคุมพละกำลังและความเร็วของตัวเอง ไม่อย่างนั้นต่อให้หลิงหลานอยากปล่อยไป ก็ทำไม่ได้
เสี่ยวซื่อได้รับคำตอบก็ไม่ได้เอ่ยปากอีก เขายังจำที่หลิงหลานเคยเตือนเขาได้ว่า ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าส่งเสียงรบกวนในตอนที่เธอกำลังต่อสู้ ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายหลบหนีไปไกล และหลิงหลานไม่ได้โจมตีต่อโดยไม่หยุดพัก เขาก็คงไม่ส่งเสียงถามออกมา
หลิงหลานเห็นฉินอี้เตรียมตัวเสร็จแล้วก็พุ่งขึ้นหน้าไปอีกครั้ง เมื่อเธอเข้าไปใกล้ข้างกายฉินอี้ก็เตะขาออกไปทางด้านข้าง หลิงหลานจำเป็นต้องระมัดระวังเล็กน้อยและสนใจสภาพของฉินอี้อย่างยิ่งยวดเพื่อที่จะถ่วงให้เกินสิบท่า เธอไม่อยากให้ตัวเองเก็บงำความเร็วและเรี่ยวแรงไว้แล้ว แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับถูกเธอซัดจนล้มเพียงเพราะไม่ได้เตรียมตัวให้ดีหรอกนะ