อย่างไรก็ตาม ต่อให้อาจารย์โมโหกลัดกลุ้มอีกสักแค่ไหนก็ทำอะไรหลิงหลานไม่ได้ ถ้าบอกว่าเด็กห้องเอเป็นอัจฉริยะที่พวกเขาให้ความสำคัญอยากจะอบรมบ่มเพาะอย่างยิ่งยวด เช่นนั้นหลิงหลานก็ถือเป็นสมบัติล้ำค่าในหัวใจพวกเขา ไม่ต้องพูดเลยว่าในใจชื่นชอบมากแค่ไหน นี่ก็เลยทำให้อาจารย์ได้แต่พุ่งเข้าไปทำท่าทางตวาดใส่หลิงหลานสองประโยค เตือนหลิงหลานว่า อย่าลงมือโหดเหี้ยมมากเกินไปนัก เพื่อไม่ให้พวกเขาลำบากใจ
ต่อให้ในใจพวกเขาจะชื่นชอบหลิงหลานอีกยังไง แต่ภายนอกพวกเขายังคงต้องปฏิบัติต่อทุกคนเสมอภาคกัน ไม่ว่ายังไง เด็กๆ พวกนั้นก็เป็นเสาหลักของอนาคตสหพันธรัฐเช่นกัน ไม่สามารถทอดทิ้งพวกเขาได้จริงๆ
การกระทำแบบนี้ของอาจารย์ก็เหมือนกับลูกตัวเองไปตีลูกของคนอื่น ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองก็จำเป็นต้องต่อว่าสักหลายคำเพื่อปลอบใจอีกฝ่ายมากๆ ส่วนในใจจะรู้สึกภาคภูมิใจหรือไม่นั้น….หึๆ ทุกคนต่างก็เข้าใจดี
ด้วยเหตุนี้เอง หลิงหลานเลยได้แต่ผงกศีรษะอย่างเชื่อฟังบ่งบอกว่าตัวเองรับทราบแล้วภายใต้การพูดพล่ามซ้ำไปซ้ำมาของอาจารย์ ช่วยไม่ได้นี่นา หลิงหลานยังต้องถูกบังคับให้อยู่ในสถาบันอีกสิบปี เธอจำเป็นต้องทำตัวเงียบๆ ไม่ให้เป็นจุดเด่น แน่นอนว่าตัวหลิงหลานเองก็เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายจนไม่อาจว่านอนสอนง่ายได้อีกแล้ว เชื่อฟังจนถึงขั้นชาติที่แล้วเธอไม่เคยผ่านช่วงวัยต่อต้านมาก่อนเลย….
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิงหลานก็ครุ่นคิดดูว่าชาตินี้เธอจะลองต่อต้