หลินจงชิงยืนอยู่คนเดียวในมุมแห่งหนึ่ง ก้มหน้าเปิดอ่านข้อมูลรอบแข่งและสถานที่แข่งขันของตัวเองในอุปกรณ์สื่อสารของเขา เขาได้ยินเสียงพูดของพวกเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่รอบๆ บริเวณเอ่ยปลอบใจเพื่อนที่อยู่อันดับที่สามสิบสี่ จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเงียบๆ มองไปยังพวกฉีหลงที่ตอนนี้กำลังพูดคุยกับหลิงหลาน แววตาของเขาเผยความซับซ้อนยากจะเข้าใจ
หลินจงชิงย่อมรู้ว่าหลิงหลานแข็งแกร่งมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่สามารถทำให้ฉีหลงกับลั่วล่างที่แข็งแกร่งพอที่จะเทียบกับสามอันดับแรกของห้องเอยอมเชื่อฟังอยู่ใต้อำนาจเขา ยังมีหานจี้จวินที่ชาญฉลาดไม่เหมือนกับเด็กธรรมดาทั่วไปยอมรับเขาเป็นลูกพี่อีกด้วย (จากคำพูดและการกระทำของพวกเขาก็ทำให้รู้เรื่องนี้ได้) แต่เขาไม่นึกเลยว่าหลิงหลานจะเก่งกาจขนาดนี้ เขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้เลื่อนอันดับขึ้นมาด้วยกระบวนท่าเดียว นี่มันน่ากลัวไปหน่อยแล้ว
ควรทราบว่า ขนาดหลี่อิงเจี๋ยที่เห็นว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะระดับสุดยอดสอบเข้าสถาบันมาอย่างยอดเยี่ยมก็ไม่สามารถทำผลการต่อสู้นี้ได้ ถึงแม้ว่าหลิงหลานจะดูเย็นชาเหินห่างอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือเรื่องที่เขาสามารถทำได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ช่วยเหลือเขาเมื่อครั้งก่อน…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มุมปากของหลินจงชิงก็ปรากฏรอยยิ้มฝืดเฝื่อนขึ้นมาอย่างช้าๆ ความรู้สึกเสียใจภายหลังค่อยๆ ลอยขึ้นมาในหัวใจ
บางครั้งทำพลาดก็คือทำ