ักว่าในใจเขายอมรับหลิงหลานไปแล้ว บางทีลูกน้องของหลี่อิงเจี๋ยอาจจะสัมผัสได้ว่าหลินจงชิงเหยียดหยามเขา นักเรียนที่ได้อันดับสามจากข้างท้ายของห้องเอคนนั้นก็เริ่มเอ่ยปากเย้ยหยันว่า “โย่ว นี่ไม่ใช่หลินจงชิงที่อยู่อันดับท้ายสุดของพวกเราเหรอ? ไม่นึกเลยว่านายยังอยู่ในห้องเอ โชคดีจริงๆ เลยนะ” หลังจากที่นักเรียนอันดับรองสุดท้ายถูกนักเรียนอันดับสองของห้องบีโค่นล้มไป เขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเหนือกว่าจากในตัวหลินจงชิงตรงหน้าอยู่บ้าง
หลินจงชิงไม่สนใจการยั่วยุของอีกฝ่าย ถ้าหากเขายังอดทนกับเรื่องแค่นี้ไม่ได้ละก็ เขาจะอดทนต่อการถูกใช้เป็นหนูทดลองศึกษาวิจัยมาหกปีได้ยังไง? เขาเพียงแต่เหลือบมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา หลังจากนั้นก็ก้มหน้าดูอุปกรณ์สื่อสารของตัวเอง ท่าทางที่ทำเป็นไม่รู้จักนี้ทำให้อีกฝ่ายหน้าแดงขึ้นมาฉับพลัน
ท่าทีของหลินจงชิงทำให้เพื่อนร่วมชั้นที่อยู่รอบๆ หัวเราะขึ้นมา ความสัมพันธ์ของหลินจงชิงกับเพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่ไม่เลวมากๆ นับว่าเป็นคนที่เข้าได้กับคนไปทั่ว เพียงแต่ว่า เมื่อเผชิญหน้ากับพวกหลี่อิงเจี๋ยแล้ว ท่าทีของหลินจงชิงไม่ค่อยดีนัก
ไม่ว่าเขาจะมีความอดทนอีกสักแค่ไหน แต่เมื่ออีกฝ่ายแตะเกล็ดย้อนของตัวเองก็ไม่สามารถอดทนต่อไป หลินจงชิงที่สูญเสียอิสระมาหกปี สิ่งที่เขาใส่ใจมากที่สุดก็คืออิสรภาพของตัวเอง แต่หลี่อิงเจี๋ยกลับอยากจะใช้วิธีคุกคามบีบบังคับให้หลินจงชิงกลายเป็นลูกน้องของตน