ที่ทนรับการทารุณมาสามปี (เวลาของมิติการเรียนรู้ถูกยืดออกไป) หลิงหลานก็เรียกความเยือกเย็นของตัวเองกลับมาได้ทีละนิด ในที่สุดเธอก็ควบคุมตัวเองได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากการทารุณกรรมในช่วงเวลานี้ทำให้ภายในจิตใจของเธอมั่นคงอย่างหาใดเปรียบ และก็ทำให้พลังจิตของเธอแข็งแกร่งขึ้นสุดขีด
หลิงหลานเชื่อว่าต่อให้โลกใบนี้ถูกทำลายตรงหน้าเธอ เธอก็สามารถทำหน้าเฉยชาไม่ตื่นตระหนก สงบนิ่งเหมือนกับในยามปกติได้
ในขณะที่เธอควบคุมตรรกะเหตุผลของตัวเองได้สำเร็จ หลิงหลานก็พบว่าเธอมีความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับทักษะการต่อสู้ที่เคยเรียนรู้ในสมัยก่อน…
……………
หลิงหลานที่แก้ไขปัญหาเรื่องสูญเสียการควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ก็ออกเดินทางจากที่พักของตัวเองในเช้าวันที่สี่
เธอเพิ่งจะเดินมาถึงป้ายรถประจำทางโฮเวอร์คาร์ก็เห็นพวกฉีหลงสามคนกำลังยืนรอเธออยู่ไม่ไกลจากป้ายรถประจำทาง
เมื่อเห็นเธอโผล่มา หานจี้จวินค่อยสแกนเรียกโฮเวอร์คาร์ ให้โฮเวอร์คาร์พาพวกเขาทั้งสี่คนมาที่หอต่อสู้ขนาดมหึมาอย่างไร้ที่เปรียบ
ตอนนี้หอต่อสู้ไม่ได้มีคนมากมายเหมือนกับสามวันก่อนแล้ว ถึงยังไงตอนนี้แต่ละชั้นปีก็เหลือผู้เข้าร่วมการต่อสู้แค่ 200 คน เมื่อรวมนักเรียนทุกคนจากสิบชั้นปีก็มีแค่นักเรียนสองพันคน บวกกับเพื่อนร่วมชั้นบางส่วนที่เข้าชมการต่อสู้แล้วก็มีแค่ห้าพันหกพันคน ไม่อาจเทียบกับวันแรกที่คนเจ็ดหมื่นแปดหมื่นคนแออัดรวมกันได้เลย
“ฉีหลง