งให้เขาเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่งด้วยล่ะ ทำให้พี่น้องในตระกูลพวกนายต่อสู้กันเอง วุ่นวายมากไปแล้ว” เด็กหนุ่มที่ดูแจ่มใสรู้สึกดีใจที่ตัวเองเกิดในตระกูลอวิ๋น ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องวุ่นวายอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เมื่อเทียบกับตระกูลหลี่แล้ว เรื่องพวกนั้นก็ไม่นับว่าเป็นอะไรเลยจริงๆ พูดได้ว่าสะอาดหมดจดเลย
“อวิ๋นซิว นายดูถูกญาติผู้พี่ของฉันเหรอ?” หลี่ซื่ออวี๋มองเขาด้วยสีหน้าแปลกพิกลอยู่บ้างแวบหนึ่ง
อวิ๋นซิวส่งตาค้อนให้เขา “ไม่ใช่เหรอ? เขาแก่กว่านายกี่เดือนเชียว ขนาดสถาบันศูนย์กลางลูกเสือก็ยังเข้าไม่ได้ ได้ยินมาว่าเขาถูกปู่ของนายส่งไปที่ดาวเว่ยหลานดาวต้นกำเนิดตระกูลหลี่ของพวกนายเพื่อเรียนในสถาบันลูกเสือแล้วนี่นา? ดูท่าปู่ของนายก็ไม่ได้คาดหวังผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของตระกูลนายเหมือนกัน”
ดาวเว่ยหลานเป็นดาวระดับสาม เป็นดาวที่ทรัพยากรค่อนข้างล้าหลัง ไม่อาจเทียบกับโดฮาที่เป็นดาวเมืองหลวงระดับพิเศษ ปกติแล้วเด็กที่มีพรสวรรค์อยู่บ้างไม่มีทางถูกเนรเทศไปอยู่ที่นั่น
“ใครจะไปรู้ล่ะ…” สีหน้าของหลี่ซื่ออวี๋ดูงุนงงอยู่บ้าง เขามีโอกาสเจอญาติผู้พี่ไม่มาก หลังจากที่ญาติผู้พี่เกิดก็ถูกคุณปู่พาไปอบรมสั่งสอนด้วยตัวเอง ตั้งแต่เล็กจนโต จำนวนครั้งที่พวกเขาเจอกันน้อยยิ่งกว่าน้อย สามารถนับได้ด้วยมือข้างเดียว แต่ต่อให้เป็นแบบนี้ เขากลับมีความประทับใจต่อญาติผู้พี่ของตัวเองอย่างลึกซึ้งมาก ความประทับใจลึกซึ้งนี้ไม่ใช่เพราะสถานะผู