ก็ตื่นเต้นยินดี พากันวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา บรรยากาศของสนามประลองคึกคักมากขึ้น
ถึงขนาดที่มีนักเรียนไม่น้อยเปิดอุปกรณ์สื่อสารติดต่อเพื่อนของตัวเองให้เข้ามาดูด้วยกัน
ตอนนี้หลิงหลานกับหลินจงชิงยืนอยู่ด้านซ้ายและด้านขวาตรงข้ามกันบนสังเวียน หลินจงชิงเผชิญหน้ากับสีหน้าเรียบนิ่งใจเย็นของหลิงหลานก็ดูเคร่งเครียดอย่างยิ่ง
เฉิงหย่วนหังมองคนทั้งสองบนเวทีและถามว่า “พวกเธอพร้อมแล้วหรือยัง?”
ทั้งสองคนพยักหน้ายืนยันพร้อมกัน เฉิงหย่วนหังออกคำสั่งว่า “การต่อสู้ เริ่มได้”
หลินจงชิงได้ยินเสียงเฉิงหย่วนหังบอกว่าเริ่มได้ เขาก็ไม่ได้โจมตีทันที หากแต่ถอยไปข้างหลังเว้นระยะห่างกับหลิงหลานอย่างรวดเร็ว
“เขาคิดจะทำอะไร?” เสี่ยวซื่อพูดด้วยความงุนงง
“สู้แล้วก็รู้เอง แล้วก็นะเสี่ยวซื่อ ตอนที่ฉันตั้งใจต่อสู้ นายอย่าส่งเสียงรบกวนฉันล่ะ” หลิงหลานเตือนเขาด้วยความไม่ไว้วางใจ
เธอยังจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เธอฝึกฝนการต่อสู้กับผู้คุ้มกันของตระกูลหลิง เสี่ยวซื่อเข้ามารบกวนทำให้เธอถูกผู้คุ้มกันชกใส่อย่างรุนแรงหนึ่งหมัดจนเกือบทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส ยังดีที่การแช่ยาของตระกูลหลิงกับเคล็ดวิชาลมปราณบำรุงร่างกายยอดเยี่ยมมาก ไม่ได้สร้างความเสียหายยาวนานให้กับหลิงหลาน แต่ว่าครั้งนั้นก็ทำให้หลิงหลานตกใจจนหวุดหวิดจะเอาชีวิตไม่รอด เดิมทีตลอดมาชีวิตของเธอก็ไม่ได้ปลอดภัยมากอยู่แล้ว
เสี่ยวซื่อทำท่ารูดซิปทันที สื่อว่าเขาจะหุบปากสนิท ไ