ัวมองกันไปมา จากนั้นก็เลือกกระทำเหมือนกับฝูงหมาป่าขีดแดง ถอยร่นไปอย่างฉับไว ในขณะเดียวกันก็มีเสียงหอนของหมาป่าดังตามมาอีกหลายเสียง
หลิงหลานมองฝูงหมาป่ากำลังถอยร่นไปอย่างช้าๆ จนออกไปจากขอบเขตสายตาของเธอ แต่เธอยังไม่ผ่อนคลายความระมัดระวัง แต่ดันทุรังยืนอยู่ต่ออีกสามนาที จนกระทั่งทนต่อไปไม่ไหวแล้วถึงค่อยล้มลงไปนอน การโจมตีสองครั้งสุดท้ายเมื่อสักครู่นี้ทำให้พลังงานบนตัวหลิงหลานถูกใช้ไปจนหมดสิ้น เพียงแต่เธอไม่กล้าเปิดเผยความจริงว่าเธอไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไปก็เลยเลือกฝืนดึงดัน เมื่อเธออดทนไม่ไหวอีกต่อไปก็ล้มลงกับพื้นเสียงดังลั่น
ถ้าหากตอนนี้ฝูงหมาป่าหันกลับมาโจมตีละก็ พวกมันย่อมกินหลิงหลานเรียบได้อย่างง่ายดายแน่นอน แต่โชคดีที่ฝูงหมาป่าจากไปแล้วจริงๆ หลิงหลานถึงได้รอดพ้นเภทภัยไปได้
ต่อให้เป็นเช่นนี้ หลิงหลานยังคงรู้สึกเสียใจไม่หาย เธอรู้สึกได้ถึงความสำคัญของเสี่ยวซื่ออีกครั้ง เมื่อไม่มีการตรวจตราทั่วทั้งระยะทางของเขา อันตรายและความปลอดภัยทั้งหมดก็ต้องให้สวรรค์ตัดสินใจ ความไม่แน่นอนแบบนี้ทำให้หลิงหลานรู้สึกเกลียดอย่างยิ่ง แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ เธอเหงามากจริงๆ เมื่อไม่มีเสี่ยวซื่ออยู่ข้างกาย
อย่างไรก็ตาม ความคิดของหลิงหลานก็เปลี่ยนไปยังความรู้สึกในการต่อสู้เมื่อสักครู่นี้อย่างรวดเร็ว ช่องโหว่ของคู่ต่อสู้ที่เธอสามารถมองออกไปได้แวบเดียวนั้น ความรู้สึกที่ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแบบนี้ช