“เพราะอะไร พวกเธอมีสิทธิ์ถามแบบนี้ด้วยเหรอ” ผู้คุมสอบเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยัน
หานจี้จวินไม่ได้ตื่นตระหนกเพราะคำถามของผู้คุมสอบ ตรงกันข้าม เขาพูดอธิบายด้วยสีหน้าสุขุมเยือกเย็นว่า “ไม่ใช่ว่าการสอบจบลงแล้วเหรอครับ ผู้คุมสอบอธิบายไว้ตอนเริ่มต้นแล้วว่า ขอเพียงเรามาถึงเส้นชัยก็หมายความว่าการสอบความเร็วและความอดทนสิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้นพวกเรามีสิทธิปฏิเสธคำสั่งของคุณครับ”
หานจี้จวินรู้ว่าทุกคนต่างอยู่ในจุดร่อแร่แล้ว มีหลายคนที่แม้กระทั่งทำท่าทางที่เรียบง่ายอย่างการยืนก็ยังต้องอาศัยความแน่วแน่ของตัวประคับประคองไว้ ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงไปโจมตีผู้คุมสอบเลย ขนาดจะก้าวเท้าสักก้าว พวกเขาก็ทำไม่ได้แล้ว
ผู้คุมสอบจ้องมองไปที่หานจี้จวิน ในแววตาของเขามีความชมเชยฉายขึ้นมาแวบหนึ่งอย่างรวดเร็ว เด็กคนนี้เยือกเย็นเด็ดเดี่ยว ไม่ทิ้งความคิดของตัวเองเพราะความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม เข้าใจเรื่องการต่อสู้ด้วยเหตุผล นอกจากนี้ความสามารถในการคิดอ่านก็ยอดเยี่ยมมาก มีเหตุผลชัดเจน เชี่ยวชาญการจับประเด็นเรื่องราว สังเกตเห็นช่องโหว่ของคำพูด เขา ต้องเป็นหน่ออ่อนที่ดีสำหรับเสนาธิการทหารแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะชื่นชอบหานจี้จวินอีกสักแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของเขาได้ มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเยาะหยันบางๆ กล่าวว่า “ไอ้หนู วันนี้ผู้คุมสอบอย่างฉันจะทำให้พวกเธอรู้ว่าบนโลกใบนี้มีกฎเกณฑ์ข้อแรกที่ต้องเข้าใจ นั่นก็