ร้อยโทสงบอารมณ์ตื่นเต้นของตัวเอง เขาสังเกตการกระทำของเด็กทั้งสองคนในหน้าจอด้วยความจริงจัง ท้ายที่สุดเขาก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมาและกล่าวว่า “จบการสอบของพวกเขา ให้พวกเขาออกมาเถอะ”
จ่าสิบเอกที่รับหน้าที่ดูแลกลุ่มของหลิงหลานรู้สึกไม่แน่ใจและเอ่ยถามว่า “ถ้าอย่างนั้นจะให้คะแนนยังไงครับ”
ร้อยโทจ้องมองด้วยความโมโห “ยังต้องให้ฉันสอนนายอีกเหรอ พวกเขาใช้เวลาเท่าไรในการเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมด ตอนนี้กำลังกายเป็นยังไง”
แววตาของจ่าสิบเอกเปล่งประกาย “เข้าใจแล้วครับ ท่าน”
ทางด้านหลิงหลาน เด็กทั้งสิบคนฝืนอดทนวิ่งกันต่อไปได้หลายรอบ เวลานี้ฉีหลงกับลั่วล่างที่แสดงความเข้มแข็งองอาจมาตลอดก็รู้สึกเหนื่อยล้าเช่นกัน การแบกคนวิ่งกับการวิ่งตัวเปล่าแตกต่างกันคนละแบบโดยสิ้นเชิง พวกเขาวิ่งไปได้แค่ไม่กี่รอบก็รู้สึกว่าใช้พลังกายของตัวเองไปเท่าตัว เดิมทีพวกเขายังคิดว่าสามารถยืนหยัดวิ่งได้อีกสิบรอบยี่สิบรอบ ทว่าตอนนี้พวกเขาไม่กล้าแน่ใจขนาดนั้นแล้ว
คนที่มีสภาพดีที่สุดในหมู่เด็กทั้งสิบคนก็คือหลิงหลาน น่าจะพูดว่าเธอไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เพราะว่าเธอโคจรลมปราณบำรุงร่างกายตั้งแต่ที่เริ่มวิ่ง
ตั้งแต่ที่เธอได้ลิ้มรสข้อดีที่อยู่ในพลังนั้นแล้ว หลิงหลานก็สงสัยว่าเคล็ดวิชาลมปราณบำรุงร่างกายยังมีความลับอื่นที่เธอไม่รู้ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจลองโคจรลมปราณบำรุงร่างกายอีกครั้งในตอนที่สอบวิ่ง ความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่า การตัดสินใจของเ