“คุณชายน้อย คุณเตรียมพร้อมดีแล้วหรือยังครับ” หลิงฉินที่ยืนอยู่หน้าห้องทดสอบพลังแสดงสีหน้าที่ดูเหมือนจะเคร่งเครียดกว่าหลิงหลานที่รอการสอบอยู่ด้านข้าง
หลิงหลานเบ้ปาก ตั้งแต่ที่คุณปู่พ่อบ้านคนนี้เข้ามาข้างในสถาบันลูกเสือ เขาก็สูญเสียความสงบนิ่งไปแล้ว ไม่เชื่อใจเธอขนาดนี้เลยเหรอ
เอ่อ…แน่นอนว่ามีของบางอย่างที่เธอไม่สามารถควบคุมได้ นี่จะโทษเธอก็ไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่าการสอบด้านสติปัญญาจะเข้าใจยากขนาดนั้น…
เมื่อหลิงหลานนึกถึงความอัปยศอดสูของเธอ ทั่วทั้งใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นดำมืด อย่างไรก็ตาม เธอจำเป็นต้องเอ่ยปากเพื่อปลอบใจคุณปู่พ่อบ้านที่รักเธอเข้ากระดูกว่า “ใจเย็นครับ คูณปู่ฉิน ฉันรับรองว่าจะต้องทำภารกิจให้สำเร็จได้แน่นอน”
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาให้ความสำคัญกับเธอเป็นห่วงเธอจริงๆ ละก็ คุณปู่ฉินจะสูญเสียความเยือกเย็นได้อย่างไร ควรรู้ไว้ว่าเขาเป็นยอดฝีมือด้านการต่อสู้นะ
หลิงฉินค่อยผ่อนคลายจิตใจลงและกล่าวต่อว่า “นี่ก็ดี นี่ก็ดีแล้ว”
เหตุผลที่หลิงหลานยืนอยู่ที่นี่เป็นเพราะว่า ในที่สุดหลิงหลานเด็กน้อยของพวกเราก็ถึงช่วงเวลาเข้าเรียนที่สถาบันลูกเสือแล้ว กฎหมายของสหพันธรัฐกำหนดไว้ว่าเด็กอายุหกขวบทุกคนจะต้องเข้าเรียนที่สถาบันลูกเสือของสหพันธรัฐ ได้รับการศึกษาภาคบังคับเป็นเวลาสิบปี
ดังนั้นต่อให้หลานลั่วเฟิ่งไม่ยินยอมอีกเพียงใด ก็จำเป็นต้องพาหลิงหลานมาที่สถาบันลูกเสือเพื่อทำการสอบเข้าโรงเรียน
การสอบเข้าโรงเรี