่รู้สึกว่าทะลุเวลามาอนาคตเป็นเรื่องที่ทุกข์ทรมานอย่างแท้จริง เนื่องจากเธอพบว่าตลอดทางที่ออกจากบ้านมา เธอเห็นว่าอาคารส่วนใหญ่ต่างก็เป็นอาคารสูงที่มีมากกว่าหนึ่งร้อยชั้น บวกกับโฮเวอร์คาร์ซึ่งเป็นยานพาหนะสายหลักต่างก็สามารถขับอยู่บนฟ้าหนึ่งร้อยเมตรได้อย่างอิสระ นี่ยืนยันได้ว่าวันเวลาหลังจากนี้ไป เธอไม่สามารถหลีกหนีชีวิตที่อยู่บนท้องฟ้าสูงได้เลย
หลิงหลานรู้สึกสับสน นี่จะทำให้เธอใช้ชีวิตอยู่อย่างไร หลานลั่วเฟิ่งพาเธอเข้าไปในอาคารและเดินเข้าไปในลิฟต์ชมวิวโปร่งใส โดยไม่ได้สนใจหายนะที่กำลังจะมาถึงของหลิงหลานเลย
เหตุการณ์ต่อมาก็ไม่มีเรื่องเหนือความคาดหมายอะไร หลิงหลานหมดสติ อ้อไม่สิ หมายถึงนอนหลับไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดหลานลั่วเฟิ่ง มารดาของหลิงหลานก็คิดแบบนี้ เธอไม่สังเกตเห็นน้ำตาร้อนๆ ที่คลออยู่ตรงขอบตาของหลิงหลานเลย
อืม ต่อให้เธอเห็นก็คิดว่านี่เป็นน้ำตาแห่งความง่วงงุนที่ไหลออกมาสองหยดเนื่องจากลูกน้อยของเธอง่วงมากเกินไป ดูสิ เธอดูมีน้ำมีนวลและดูน่ารักมากเลย!
หลิงหลานไม่รู้ว่าสลบ…แค่กๆ ไม่รู้ว่านอนหลับไปนานแค่ไหน เธอถูกเสียงที่แสบแก้วหูปลุกให้ตื่น เธอลืมตาที่ดูกลมๆ อยู่บ้างขึ้นมา และก็เห็นแม่ไดโนเสาร์กำลังพ่นไฟไม่เลือกหน้า
“หลานลั่วเฟิ่ง เธอยังมีสิทธิ์มายืนอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ” ผู้หญิงที่เอ่ยปากพูดมีหน้าตาที่นับว่างดงาม แต่ว่าท่าทีเชิดหยิ่งเหมือนนกยูงของเธอดูน่าเกลียดอยู่บ้างจริงๆ และก็ดูไม่ม