่งหนึ่ง
การเพิกเฉยของหลานลั่วเฟิ่งยิ่งเพิ่มความโกรธของอีกฝ่ายมากขึ้น เธอคว้าแขนข้างหนึ่งของหลานลั่วเฟิ่งไว้ ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากก็ได้ยินหลานลั่วเฟิ่งฝืนข่มกลั้นความโกรธกล่าวว่า “ปล่อย!”
ยังไม่ทันที่ผู้หญิงคนนั้นจะปล่อยมือ พ่อบ้านหลิงฉินที่เดิมทีอยู่ห่างออกไปหลายก้าวก็สาวเท้าพุ่งมาข้างหน้าและดีดนิ้วเบาๆ
ผู้หญิงคนนั้นร้องว้ายขึ้นมาทีหนึ่ง ถอยหลังไปหนึ่งก้าวและปล่อยมือออกโดยไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาของหลิงหลานส่องประกายวูบหนึ่ง เธอไม่นึกเลยว่าพ่อบ้านหลิงฉินที่ดูอ่อนโยนไม่โดดเด่นจะเป็นยอดฝีมือด้านการต่อสู้ การเคลื่อนไหวเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นนั้นถูกสายตาอันแหลมคมของหลิงหลานมองเห็นได้
“คุณนายครับ คุณกับคุณชายเข้าไปที่ ห้อง VIP ก่อนเถอะครับ ที่นี่คนวุ่นวายมากเกินไป จะได้ไม่รบกวนคุณ” หลิงฉินยืนอยู่ข้างกายหลานลั่วเฟิ่งเพื่อแยกผู้หญิงคนนั้นออกไปด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อสักครู่นี้เขาอยู่ห่างจากหลานลั่วเฟิ่งเล็กน้อยละก็ ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางมีโอกาสคว้าตัวคุณนายของเขาได้แน่
หลิงฉินรู้สึกหงุดหงิดมาก คิดว่าตัวเองประมาทเลินเล่อทำให้อีกฝ่ายมีโอกาสเข้าใกล้คุณนายกับคุณชายได้ ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามมีเจตนาร้ายละก็…หลิงฉินคิดถึงตรงนี้ก็หลั่งเหงื่อเย็นๆ ออกมา รู้สึกหวาดกลัวไม่รู้จบ
อันที่จริงหลิงฉินก็โทษตัวเองมากเกินไป ถ้าหากมีคนคิดร้ายกับหลานลั่วเฟิ่งและหลิงหลานจริงๆ ละก็ ยอดฝีมือระดับเขาจะต้องมี