านลั่วเฟิ่ง ดังนั้นเธอจึงมีความรู้สึกไม่พอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเห็นหลานลั่วเฟิ่งก็เลยพุ่งเข้ามาเตรียมจะกล่าวถ้อยคำเหยียดหยามเพื่อระบายความแค้นออกมาราวกับหมาบ้า หลานลั่วเฟิ่งไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้เลย
อย่างไรก็ตาม หลานลั่วเฟิ่งไม่สนใจ เดิมทีเธอก็ไม่มีความคิดแข่งขันชิงดีชิงเด่นอะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อให้ลูกน้อยออกจากบ้านมาลืมตาดูโลกละก็ เธอก็ตั้งใจจะอยู่ในบ้านไม่มีความคิดแม้กระทั่งจะออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ แล้วเธอจะไปสนใจเรื่องถูกคนพูดจาดูถูกบีบคั้นเธอได้อย่างไร
ต้องพูดว่าหลานลั่วเฟิ่งเป็นผู้หญิงที่ทะนงตน ตอนที่หลิงเซียวยังอยู่ เธอยังยินดีไปมาหาสู่กับคุณหญิงคุณนายเหล่านี้เพื่อหลิงเซียวอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เธอไม่มีความคิดนี้แล้ว การตายของหลิงเซียวได้พาจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งของเธอไปด้วย ตัวเธอที่เหลือจิตวิญญาณแค่ครึ่งเดียวก็คิดที่จะเลี้ยงดูหลิงหลานให้เติบใหญ่และรักษาบำเหน็จความชอบที่ได้รับจากการพลีชีพของหลิงเซียวเท่านั้น
หลานลั่วเฟิ่งไม่สนใจเสียงกระซิบกระซาบรอบด้านเนื่องจากฉากเมื่อสักครู่นี้ เธอเดินเข้าไปในห้อง VIP ที่ไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง ในขณะเดียวกัน พนักงานบริการ VIP ที่รออยู่ด้านนอกก็เดินตามเข้าไปเพื่อให้บริการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
หลิงหลานถอนหายใจ หนึ่งหมื่นปีให้หลังระดับชนชั้นที่สมควรตายก็ยังไม่สามารถกำจัดทิ้งได้ ความเท่าเทียมกันของทุกชีวิตมีอยู่ได้แค่ในทฤษฎีเท่านั้นจริงๆ
……………………………………….