้ปฏิเสธคุณสมบัติในการสืบทอดของคุณชายหลาน แต่เราหวังว่าตระกูลหลิงจะเลือกเด็กที่ยอดเยี่ยมที่สุดมาสืบทอดบำเหน็จความชอบของพลตรีหลิงเซียว และแบกรับหน้าที่ที่ไม่ยังเสร็จสิ้นแทนหลิงเซียว”
หลานลั่วเฟิ่งกวาดสายตาที่แหลมคมมองไปยังชายชราที่กล่าววาจา เขามีอายุประมาณเจ็ดสิบปี รูปร่างยังคงสูงสง่า เขาคือหลิงซู่เหริน ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลสาขาของตระกูลหลิง ต่อให้หลิงเซียวยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องเรียกเขาว่าคุณอาด้วยความเคารพ เขาเองก็เป็นคนของตระกูลสาขาที่ผลักดันการคัดค้านไม่ให้หลิงหลานสืบทอดตำแหน่งเกียรติคุณทางทหารของหลิงเซียว
หลิงหลานสังเกตเห็นหน้าอกของหลานลั่วเฟิ่งสั่นอย่างรุนแรงคล้ายกับฝืนข่มกลั้นความโกรธเกรี้ยวเอาไว้เนื่องจากคำพูดของหลิงซู่เหริน
ใช่แล้ว เธอไม่เคยเห็นคนที่ไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อนเลย ดูคำกล่าวนี้สิ แม้กระทั่งลูกชายแท้ๆ ของตัวเองก็ไม่สามารถสืบทอดบำเหน็จความชอบของบิดาได้ ถ้าอย่างนั้นการที่ทหารปกป้องประเทศชาติอย่างไม่คิดชีวิตยังจะมีความหมายอะไรอีกล่ะ ตายแล้วก็ให้คนอื่นมารังแกพวกลูกกำพร้าพ่อและแม่ม่ายเหรอ
หลิงหลานดึงนิ้วมือของมารดา ปากก็ส่งเสียงร้องอือๆ อาๆ ขึ้นมา
ให้ตายสิ เธอยังเป็นเด็กเล็กอยู่นะ ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องถ่มน้ำลายใส่ตัวหมอนั่นให้เขาอับอายขายขี้หน้าเลย
…………………………………………
[1]โมเอะศัพท์สแลงภาษาญี่ปุ่นใช้เรียกสิ่งที่น่ารักมากๆ
[2]ไม้เด่นเกินไพรลมพัดหักโค่นเปรียบเปรยคนที่กระทำการแตก