่ปฏิกิริยาของเอน่ากลับแตกต่างออกไป
‘สู้มาเยอะเหรอ? กับพาลาดินของศาสนจักรเนี่ยนะ? หมอนี่เป็นใครกันแน่?’
แต่มองจากท่าทางเบื่อหน่ายของเขา ดูยังไงก็ไม่ใช่คนที่จะมาตอบคำถามใครง่าย ๆ
“นายแน่ใจแล้วเหรอ? ตอนนี้นายกลายเป็นศัตรูกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว แถมยังบอกชื่อจริงไปอีก จะลบหลักฐานตอนนี้ยังทันนะ”
“ไม่มีประโยชน์หรอก”
โอเชียนจ้องออกไปนอกหน้าต่างฝั่งผู้โดยสาร
ดวงตาสีเข้มของเขาสะท้อนภาพภูมิประเทศอันแห้งแล้งที่ไหลผ่านไปเรื่อย ๆ
“ถ้าผู้พิพากษาหนุ่มตายนะ ศาสนจักรก็ต้องตามรอยเขา และก็จะรู้ว่าเขาเผชิญหน้ากับพวกเรา”
“จริงสิ ถ้าเรารอดไปถึงในเมืองเมื่อไหร่ พวกเขาก็ต้องตามมาทันแน่”
“นั่นแหละเหตุผลที่ฉันไว้ชีวิตเขา อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรเกินเลย”
แน่นอน นั่นก็แค่ข้ออ้างที่คิดขึ้นมา
เอาจริง ๆ ก็คือ เขาแค่เมตตาจากการต่อสู้อันยอดเยี่ยม
และมันยังเปิดโอกาสให้เขาได้ใช้ทักษะ [ผ้าคลุมเนบิวล่า] ด้วย
“ข้าเหนื่อยแล้ว ขอหลับก่อนละ”
“หา?”
“ขับดี ๆ ล่ะ”
แม้ภายนอกจะดูไม่เป็นไร แต่จริงๆโอเชียนก็แทบจะหมดแรงแล้ว
แม้จะได้ใช้ [ผ้าคลุมเนบิวล่า] แต่เพราะเป็นครั้งแรก มันก็ทำให้เขาเสียพลังจิตไปมาก
ไม่น่าใช้ง่าย ๆ แบบนั้นเลย
เขาใช้ทักษะแรกแบบเต็มกำลัง แล้วก็วิ่งตลอดเวลาเพื่อรับมือกับผู้พิพากษา
แรงสะท้อนกลับจึงพุ่งมาเหมือนคลื่นซัดทันทีที่การต่อสู้จบลงและความตึงเครียดคลายลง
โอเชียนหลับตาลงทันที และเข้าสู่ห้วงนิท