นเจ้าก็จะปล่อยข้าไป?”
“แค่ทิ้งแม่มดไว้ เราจะปล่อยนายไป”
คำพูดนั้นดูหยิ่งผยอง แต่เขาก็มีสิทธิ์หยิ่งได้จากสิ่งที่แสดงให้เห็น
เขาไม่ควรถูกเรียกว่ามนุษย์
การเดินจากไปอย่างมีศักดิ์ศรีนั้น คือทางเลือกที่ควรทำ
แต่ว่า…
“ข้าทำไม่ได้”
“…พูดจริงเหรอ? ถ้านายสู้ นายจะตาย”
“คนที่กลัวตาย ถึงจะเลือกหนี”
โอเชียนพูดพลางหันไปมองรถจี๊ป
เอนานั่งอยู่ตรงนั้น มองเขาด้วยแววตาหวาดกลัวและกังวล
ทั้งที่เธอหนีได้ แต่กลับนั่งรออย่างที่เขาสั่ง
เธออาจจะโง่ หรือเชื่อฟังเกินไป
โอเชียนแสยะยิ้มกับภาพนั้น
ผู้พิพากษาเริ่มสับสน แต่นัยน์ตาโอเชียนกลับชัดเจนขึ้น
“นั่นมันไม่ใช่คนมีเกีตรติทำกัน”
ความตายมันน่ากลัว ผมก็ไม่ชอบ
แต่น่ากลัวกว่านั้น คือการหนีไปจากที่นี่
“เราพยายามแล้วที่จะมอมเมตตา”
เปลวไฟทองคำลุกโชนจากมือผู้พิพากษา กลายเป็นค้อนยักษ์คู่หนึ่ง ไฟแห่งการพิพากษาที่เผาผลาญทุกสิ่ง
ผู้พิพากษากล่าวอย่างเคร่งขรึม
“จงเงยหน้าขอเมตตาจากพระเจ้าเสียเถิด”
“ข้าไม่เคยขอเมตตาตั้งแต่แรก”
ดาบแสงดาราเรืองแสงรุนแรงขึ้นราวกับตอบสนองต่อจิตใจโอเชียน
เมื่อโอเชียนจ้องกลับด้วยแววตาท้าทาย ผู้พิพากษาก็เคลื่อนไหว
-แคลง
เขาฟาดอาวุธไปทางซ้ายและขวา
แม้ระยะห่างจะเกิน 30 เมตร แต่เปลวไฟทองกลับพุ่งกระจายออกเหมือนพัด
เปลวไฟขนาดยักษ์พุ่งข้ามทุ่งทอง ขณะที่โอเชียนฟันดาบใส่เป็นแนวเฉียง
เปลวไฟแยกออกทั้งซ้ายขวา สร้างทางตรง
โอเชียนพุ่งเข้าไปตามทางนั้น
ด้วยแรงพุ่