้นมาอย่างยอดเยี่ยม มันดึงดูดผมจนถอนตัวไม่ขึ้น
แม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ทุกสุดสัปดาห์หลังเลิกงาน ผมก็ยังกลับมาเล่นเกมนี้เสมอ
ด้วยชื่อเสียงเรื่องความยาก เกมนี้ทำให้ผู้เล่นมากมายรู้สึกท้อแท้
แต่สำหรับผม มันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงที่จุดไฟในใจให้ลุกโชนอีกครั้ง
“[คุณได้เคลียร์ Ending 99 แล้ว]”
ผมเล่นจบมาแล้วถึง 99 รอบ ตั้งแต่ต้นจนจบ แบบไม่ข้ามอะไรเลย ความอินมันลึกซึ้งเสียจนรู้สึกว่าเล่นต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด
แม้เกมจะให้เล่นต่อได้ แต่ผมเลือกไม่ไปต่อ เพราะดูเหมือนความยากจะไม่เพิ่มขึ้นหลังจากรอบที่ 99 แล้ว
ผมเริ่มคิดว่า บางทีตอนจบทั้งหมดของเกมนี้อาจจะมีแค่ 99 แบบเท่านั้น
“นี่มันจบจริง ๆ แล้วเหรอ?”
มันคือเกมที่ผมภาคภูมิใจยกให้เป็น “เกมแห่งชีวิต” ของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่ามันจะถึงตอนจบแล้วจริง ๆ
น่าจะไม่มี DLC อะไรออกมาอีกแล้ว และคงไม่มีอัปเดตใหม่ด้วย สิ่งเดียวที่ทำได้คงแค่รอเกมถัดไปจากทีมพัฒนา
รู้สึกราวกับบทหนึ่งในชีวิตได้ปิดฉากลงพร้อมกับตอนจบของเกม ผมเอนตัวลงพิงเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย
บนหน้าจอ ฉากจบของ Ending 99 ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมา ปกติผมจะกดข้าม เพราะเห็นมาไม่รู้กี่รอบแล้ว แต่ครั้งนี้ ผมปล่อยให้มันเล่นไป เพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้าย
เสียงดนตรีประกอบสุดยิ่งใหญ่บรรเลงบนหน้าจอสีดำ ข้อความสีขาวเริ่มปรากฏขึ้นช้า ๆ
ทันใดนั้น หน้าจอใหม่ก็เด้งขึ้นมา
“[คุณต้องการเริ่มรอบถัดไปหรือไม่?]”
“หา? อะไรนะ?”
ผมเผล