ทายาทแห่งสายธรรมของเจินเหรินบรรพกาล มีเพียงผู้ที่ถือครองธงหมื่นวิญญาณ นำธงนั้นมารับมันออกไป มันจึงจะรอดออกมาได้โดยปลอดภัย
แต่การนั้น ก็หมายความว่ามันจะต้องยินยอมให้ธงหมื่นวิญญาณกลืนกลาย
และด้วยความแข็งกร้าวของธงหมื่นวิญญาณ หากถูกมันกลืนกลายแล้ว ย่อมต้องตกเป็นข้ารับใช้ชั่วชีวิตชั่วกัลป์ ซึ่งนั่นก็เป็นผลลัพธ์ที่เจินเหรินบรรพกาลประสงค์ไว้
ทว่าในตอนนี้ เหตุการณ์กลับมีช่องทางใหม่
การปรากฏตัวของอู๋ซาง ทำให้มันมีทางเลือกที่สอง เพราะอู๋ซางมิใช่คู่มือของลวี่หยางอีกต่อไป ทั้งที่ทั้งสองก็มีกรรมพันผูกกันไว้แต่เดิม
อู๋ซางหมายสังหารลวี่หยาง!
ในสถานการณ์เช่นนี้ อู๋ซางจึงจำเป็นต้องพึ่งพาพลังภายนอก
และมันก็คือพลังภายนอกนั้น หากมันยินยอมสวมรอยแทนอู๋ซาง แบกรับเส้นกรรมแห่งการฆ่าลวี่หยางแทน มันก็จะหลุดพ้นจากพันธนาการของเจินเหรินบรรพกาล
โอกาสฟ้าประทานถึงเพียงนี้ มันจะยอมปล่อยไปได้อย่างไร?
ชั่วพริบตาต่อมา สายตาของอู๋ซางก็จ้องมาที่กว่างหมิง และในวินาทีนั้น กว่างหมิงก็สังเกตเห็นว่า บนร่างของตนเองเริ่มเรืองแสงทองเรื่อเรือง
“นี่คือเส้นกรรมของเจ้า”
อู๋ซางดูเหมือนจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะหลุดพ้นมาได้อย่างยากเย็น “โพธิสัตว์ที่ส่งเจ้ามาใจดีมาก ยังอุตส่าห์ช่วยขยายเส้นกรรมของเจ้าให้ชัดเจนอีกด้วย”
“อย่างน้อยก็มีวิชาในระดับเจินจวินถูกใช้ไปถึงสองอย่าง อย่างหนึ่งใช้ส่งอู๋ซางมาหาข้า ช่วยให้ข้าหลุดพันธนาการ อีกอย่างหนึ่