ฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูล
และเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดหากหลินเย่ถูกกำจัด
“หลักฐานคาตาเช่นนี้ ยังกล้าแก้ตัวอีกหรือ”
“หรือเจ้าจะบอกว่าพวกเราทุกคนใส่ร้ายเจ้า”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบลาน
หลินเย่มองผู้คนที่เคยเรียกเขาว่าสหาย
วันนี้กลับไม่มีผู้ใดยืนข้างเขา
แม้แต่คนเดียว
หัวใจของเขาเย็นเยียบลงทีละน้อย
เพราะเขาเข้าใจแล้ว
นี่ไม่ใช่การสอบสวน
แต่เป็นการกำจัด
ผู้อาวุโสใหญ่ลุกขึ้นช้า ๆ
“หลินเย่”
“ตระกูลหลินเลี้ยงดูเจ้ามาสิบแปดปี”
“แต่เจ้ากลับตอบแทนด้วยการขโมยสมบัติ”
“โทษนี้สมควรถูกทำลายวรยุทธ์และขับออกจากตระกูล”
ทันทีที่สิ้นคำ
ผู้คุมกฎสองคนก้าวออกมา
สีหน้าของหลินเย่เปลี่ยนไปทันที
“พวกท่านไม่มีสิทธิ์!”
“ข้าไม่ได้ทำ!”
“ขอเพียงตรวจสอบให้ละเอียด ข้ายินดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์!”
แต่ไม่มีผู้ใดฟัง
ผู้อาวุโสใหญ่ยกมือขึ้น
“ลงมือ”
ตูม!
ฝ่ามืออันทรงพลังฟาดลงบนตันเถียนของหลินเย่โดยตรง
เสียงกระดูกแตกดังขึ้น
“อั่ก!”
หลินเย่กระอักโลหิตออกมาเต็มปาก
ความเจ็บปวดแผ่กระจายไปทั่วร่าง
เส้นลมปราณที่ฝึกฝนมานานหลายปีถูกทำลายจนสิ้น
พลังทั้งหมดสลายหายไปในพริบตา
เขากลายเป็นคนพิการทางวรยุทธ์
โดยสมบูรณ์
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
“หลินเย่