ห็นว่าปีศาจซากศพกำลังนำซากศพเดินได้หลายร้อยตัวที่อยู่เบื้องหลังบุกเข้ามา ชุยจื่อเจี๋ยก็ร้องถามอย่างร้อนรน “จุดอ่อน ข้าให้เจ้าบอกจุดอ่อน”“ไฟ เจ้านี่มันกลัวไฟ”เมื่อหลิ่วอิ๋งอิ๋งตะโกนออกมา ร่างที่ดูอ้วนท้วนของชุยจื่อเจี๋ยกลับพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จนเห็นเพียงภาพติดตาปราณกล้าอันร้อนระอุรวมตัวกันที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง ชุยจื่อเจี๋ยใช้ท่าไม้ตายประจำตัวฝ่ามือสุริยันสีม่วงใหญ่ออกมา จู่โจมใส่ปีศาจซากศพอย่างต่อเนื่อง ปราณกล้าสีม่วงแดงส่องประกายราวกับดาว
ตกในท้องฟ้ายามค ่าคืน ท่ามกลางแสงไฟที่ระเบิดออก ร่างของชุยจื่อเจี๋ยกลับถูกซัดกระเด็นออกไปปีศาจซากศพตนนั้นไม่เพียงแต่มีพละกำลังมหาศาล ไอเย็นรอบๆตัวมันยังวนเวียนอยู่รอบกาย ปราณสุริยันสีม่วงของเขายังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกไอเย็นของอีกฝ่ายสลายไปเกือบหมดแล้ว“ไม่ใช่ว่าเจ้านี่มันกลัวไฟหรอกรึ”หลิ่วอิ๋งอิ๋งหดคอแล้วกล่าว “ก็กลัวไฟนั่นแหละค่ะถูกต้องแล้วเพลิงแท้จริงสามรสของลัทธิเต๋า เพลิงกรรมจุติของศาสนาพุทธก็ได้ทั้งนั้น ไฟของท่านอ่อนเกินไปจะมาโทษข้าไม่ได้นะ”ชุยจื่อเจี๋ยขี้เกียจจะไปต่อล้อต่อเถียงกับหลิ่วอิ๋งอิ๋ง เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ตะโกนเสียงต ่าทันที “ผู้ตรวจการณ์ราตรีทุกคนถอยไปที่กลางเขา สกัดกั้นซากศพเดินได้ที่แข็งแกร่ง ส่วนที่เหลือทั้งหมดถอยลงไปที่ตีนเขา สกัดกั้นซากศพพเนจรตนอื่นๆ อย่าให้ซากศพพเนจรเหล่านี้เหยียบย่างเข้าไปในเขตเมืองเหอหยางเด็ดขาด”พูดจบ ชุยจ