อเข้าไปในประตู ไม่รอยามเฝ้าประตูพูดอะไร กู้เฉิงก็โยนป้ายออกไปแล้วพูดเสียงดัง “ข้าต้องการพบผู้บัญชาการทหารของพวกเจ้า”ยามเฝ้าประตูแม้จะไม่รู้จักป้าย แต่เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่ธรรมดาของกู้เฉิง เขาก็รีบถือป้ายไปรายงานทันทีไม่นานชายวัยกลางคนสวมเกราะเบาสีแดงอ่อนก็เดินออกมาประสานมือคารวะ “ข้าน้อยซ่งปิ่งจง ผู้บัญชาการทหารเมืองเหอหยางไม่ทราบว่าท่านผู้ใหญ่จากหน่วยพิทักษ์ราตรีมาเยือน มีธุระอันใดหรือ”ซ่งปิ่งจงผู้นี้ดูจากท่าทางแล้ว ก็มีพลังฝีมือเพียงระดับเจ็ดเท่านั้นเทียบเท่ากับผู้ตรวจการณ์ราตรีของหน่วยพิทักษ์ราตรีผู้บัญชาการทหารประจำการของเมืองเล็กๆอย่างเมืองเหอหยางส่วนใหญ่ก็เป็นพวกที่ไม่ได้อยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ พรสวรรค์ก็ธรรมดาสามัญ อยู่ในสภาพกึ่งเกษียณแล้ว“ในอารามฉางชุนเกิดเรื่องประหลาดขึ้น ท่านผู้บัญชาการใหญ่สั่งให้ข้ามาหาท่านผู้บัญชาการทหารซ่งเพื่อระดมกองกำลังประจำการ ต้านทานซากศพพเนจร”กู้เฉิงเล่าเรื่องราวโดยย่อให้ซ่งปิ่งจงฟังด้วยความเร็วสูงสุด อีกฝ่ายไม่ได้ตอบตกลงทันที แต่กลับกล่าวว่า “เข้าใจแล้ว ท่านกู้โปรด
รอสักครู่ ข้าขออนุญาตผู้ตรวจการทหารก่อนแล้วจะรีบออกเดินทางทันที”กู้เฉิงขมวดคิ้ว “กองกำลังประจำการของเมืองเหอหยางยังมีผู้ตรวจการทหารด้วยรึ”จวนจงหย่งโหวแม้จะตกต ่าลง แต่ก็ยังนับว่าเป็นตระกูลขุนนางนักรบ ดังนั้นในบ้านจึงมีตำราเกี่ยวกับระบบการทหารของราชวงศ์ต้าเฉียนอยู่บ้าง กู้เฉิงรู้ว่าผู้ตรวจ