มาเป็นผู้ตรวจการทหารอยู่บ่อยครั้ง เพียงเพื่อมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์เท่านั้นผ่านไปนานพอสมควร ซ่งปิ่งจงจึงได้ลากชายอายุสามสิบต้นๆที่เมาแอ๋ รูปร่างอ้วนท้วนคนหนึ่งเดินออกมาคนผู้นั้นเดินโซซัดโซเซไปพลาง บ่นพึมพำไปพลาง “กลางค ่ากลางคืนจะไปฆ่าซากศพเดินได้อะไรกัน สมองมีปัญหาหรือไง”
กู้เฉิงมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา “ท่านผู้ตรวจการทหารท่านนี้ สุรายังไม่สร่างก็ไปสร่างเสียก่อน คำว่าภัยออกจากปากเคยได้ยินหรือไม่”ผู้ตรวจการทหารคนนั้นกำลังจะอ้าปากด่า แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยไอสังหารของกู้เฉิง ก็สะดุ้งสุดตัว สุราก็สร่างไปกว่าครึ่งซ่งปิ่งจงรีบกล่าว “ท่านกู้โปรดอย่าถือสา นี่คือท่านผู้ตรวจการทหารหงเฉิงเย่”กู้เฉิงโบกมือ “ข้าไม่สนว่าจะเป็นผู้ตรวจการทหารหรือไม่ ข้านำคำสั่งของท่านผู้บัญชาการใหญ่มาส่งแล้ว พวกเจ้าจะส่งกำลังพลหรือไม่ส่ง”ผู้ตรวจการทหารหงคนนั้นยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ซ่งปิ่งจงกระซิบข้างหูสองสามคำ อีกฝ่ายก็ฮึ่มเสียงเบา “ส่ง ก็ส่งเดี๋ยวนี้แหละ”เมื่อได้ยินอีกฝ่ายตอบตกลง กู้เฉิงก็หันหลังเดินจากไปทันทีกองกำลังประจำการในเขตศูนย์กลางของราชวงศ์ต้าเฉียนกลับเน่าเฟะถึงขนาดนี้ นี่เป็นสิ่งที่กู้เฉิงไม่คาดคิดแต่กองทัพที่ชายแดนเหล่านั้นไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ มิฉะนั้นราชวงศ์ต้าเฉียนคงจะสิ้นไปนานแล้วเมื่อกู้เฉิงจากไป ผู้ตรวจการทหารหงคนนั้นก็สบถด่าทันที “ก็แค่หมาดำตัวหนึ่งของหน่วยพิทักษ์ราตรี