บนภูเขาอวี้จิง เมื่อเว่ยจวิ้นซ่านปีนขึ้นไปถึงยอดเขาอย่างหอบเหนื่อย นักพรตคนหนึ่งก็ยืนรอเขาอยู่ที่นั่นแล้วนักพรตผู้นั้นรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหมดจด มีหนวดเครายาวสามเส้น สวมชุดนักพรตสีแดงเพลิง ในมือถือแส้ปัดฝุ่น ท่าทางราวกับเซียนท่านนี้คือหนึ่งในห้าราชครูแห่งต้าเฉียนในยุคนี้ นักพรตอวี้จิงเฝิงไท่ซู่ เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก เขาก็ดูดีกว่าเว่ยจวิ้นซ่านไม่รู้กี่เท่าเว่ยจวิ้นซ่านเห็นเฝิงไท่ซู่ยืนรออยู่ที่นี่ เขาก็ทำหน้าเศร้า “ท่านนักพรต ในเมื่อท่านก็รู้ว่าข้ามาแล้ว ทำไมไม่ดึงข้าขึ้นมาหน่อยล่ะ”เฝิงไท่ซู่ขมวดคิ้ว “เจ้าอ้วนเป็นหมูตอนแล้วนะ ถึงผู้บำเพ็ญปราณจะไม่ฝึกฝนร่างกาย เจ้าก็ใช้ปราณกล้าชำระล้างร่างกายหน่อยไม่ได้รึไง”เว่ยจวิ้นซ่านลูบท้องที่อ้วนกลมของตัวเอง “เนื้อก้อนนี้ข้าอุตส่าห์เลี้ยงมากับมือ ลดไม่ได้ ลดแล้วจะส่งผลต่อบุญวาสนา”“ทฤษฎีเบี่ยงเบน”เฝิงไท่ซู่ขมวดคิ้ว “ของได้มารึยัง”
เว่ยจวิ้นซ่านรีบนำม้วนหนังในอกเสื้อออกมามอบให้เฝิงไท่ซู่อย่างกับถวายของวิเศษ มันคือม้วนหนังที่ถูกส่งมาจากในโลงศพนั่นเอง“ท่านราชครูคาดการณ์แม่นยำดุจเทพ ข้าไม่คิดเลยจริงๆ ว่าแค่แกล้งเมาแล้วพูดไปไม่กี่คำ ล่อนักพรตนอกรีตชั้นต ่าบางคนไป ก็จะสามารถได้ของมาแต่ของสิ่งนี้อัศจรรย์ถึงขนาดที่สามารถทำให้คนตายฟื้นคืนชีพได้จริงๆ รึ”เฝิงไท่ซู่ยิ้มอย่างมีความหมาย “เจ้าเปิดดูแล้วรึ”เว่ยจวิ้นซ่านรีบปฏิเสธ “ไม่กล้า ไม่กล้า”เฝิงไท่ซู่โบก