บเหมือนไม่มีอะไรขวางกั้น ลมเย็นค่อยๆ เข้าใกล้ ทั้งสองคนเกือบจะถูกตามทันแล้วเมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงทางออกแล้ว หลิ่วอิ๋งอิ๋งก็หอบหายใจอย่างหนัก “ข้า ข้าไม่วิ่งแล้ว ชีวิตนี้แล้วแต่ฟ้าลิขิต ตายก็ตาย”เมื่อเทียบกับนักรบอย่างกู้เฉิงแล้ว สภาพร่างกายของหลิ่วอิ๋งอิ๋งนั้นแย่เกินไปตอนแรกนางยังสามารถให้ซากศพของนางพานางวิ่งได้ แต่ต่อมาพลังจิตของนางก็ใกล้จะหมดแล้ว ไม่สามารถขับเคลื่อนซากศพได้อีก และหากอาศัยเพียงพละกำลังของตัวเอง เกรงว่าอีกไม่กี่ก้าวก็จะถูกภูตร้ายข้างหลังตามทันเมื่อหยุดฝีเท้า หลิ่วอิ๋งอิ๋งก็หยิบน ้าเต้าออกมาลูกหนึ่ง พร้อมกับกัดนิ้วตัวเอง ใช้เลือดร่ายอาคม
ในวินาทีต่อมา แสงสีเทาขาวก็สว่างวาบขึ้น ซากศพหญิงผมขาวโพลน หน้าซีดเผือด สวมชุดขาวเปื้อนเลือดก็ปรากฏขึ้นด้านหลังหลิ่วอิ๋งอิ๋งนี่คือซากศพประจำตัวของนางวิชาลับการหลอมซากศพของสายวิชาคนคุมศพแห่งเซียงซีตามทฤษฎีแล้วสามารถควบคุมซากศพได้นับไม่ถ้วน แน่นอนว่าเงื่อนไขคือพลังจิตของเจ้าต้องเพียงพอแต่ซากศพประจำตัวคนหนึ่งจะมีได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น หล่อเลี้ยงด้วยเลือดในใจ นี่คือไพ่ตายสุดท้ายของพวกเขาซากศพประจำตัวของหลิ่วอิ๋งอิ๋งได้รับความเสียหายก่อนหน้านี้เดิมทีไม่ควรนำออกมาใช้ เพราะจะทำให้ซากศพประจำตัวเสียหายหนักขึ้นไปอีก แต่ตอนนี้นางก็ไม่สนใจอะไรแล้วเมื่อหลิ่วอิ๋งอิ๋งร่ายอาคม ผมยาวสีเทาขาวของซากศพประจำตัวก็ห่อหุ้มนางไว้ในทันที ราวกับรังไหมขนาดยัก