คนทรยศของลัทธิหลัวผู้นั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินไป เมื่อพลังปราณกล้าสุริยันสีม่วงย้อนกลับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเขาย่อมรุนแรงกว่าเมิ่งหานถังเขาพ่นเลือดออกมาคำหนึ่ง ลมหายใจก็อ่อนลงถึงขีดสุด เมื่อเห็นฉากนี้ เมิ่งหานถังก็รีบฉวยโอกาสไล่ตาม กระบวนท่ากระบี่หิมะโปรยปรายใช้ออกมา ในทันทีทั้งสนามก็เต็มไปด้วยปราณกระบี่ที่คมกริบและเย็นเยียบ ห่อหุ้มคนทรยศของลัทธิหลัวผู้นั้นไว้ทหารเกราะนิลคนอื่นๆ ที่ซุ่มอยู่รอบๆ ก็ลงมือเช่นกัน พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายแต่ทว่าในตอนนี้ กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นรอบทิศทาง“ไร้ขีดจำกัดไร้ฟ้าดิน ไร้กฎเกณฑ์ไร้การกระทำ ดินแดนนั้นคือสุญญตา ปรมาจารย์จุติ”ในซอยเล็กๆ รอบๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ปรากฏผู้ฝึกตนหกเจ็ดคนแต่ละคนมีรูปร่างแปลกประหลาด มีทั้งขอทาน นักพรต และยังมีพระสงฆ์นักพรตที่เคยต่อสู้กับกู้เฉิงก่อนหน้านี้ก็อยู่ในนั้นด้วย พวกเขาประสานอินพร้อมกัน ปากก็ท่องคาถา
แม้ว่าฝีมือของคนเหล่านี้จะไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่ สูงสุดก็แค่ระดับแปดวิถีนักรบหรือระดับแปดบำเพ็ญปราณเท่านั้น แต่ในตอนนี้อินที่พวกเขาร่วมกันประสานกลับเปล่งประกายแสงเจิดจ้าออกมา ทุกที่ที่แสงส่องถึง ทุกคนต่างก็รู้สึกว่า พลังของตนเองกำลังถูกดึงออกไปอีกทั้งพลังนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คนของหน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นหลักจุดศูนย์กลางของพลังกลับเป็นคนทรยศของลัทธิหลัวผู้นั้น“บัดซบ”เมิ่งหานถังด่าทอในใจ ไม่สนใจที่จะต่อสู้กับคนทรยศของลัทธิหลั